“อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียงเมืองคอนฯ เจอคุณยายโผกอดหอมแก้ม อวยพรให้เป็นนายกฯ อีก เจ้าตัวยอมรับหนักใจ กระแสซื้อเสียงปักษ์ใต้ระบาดหนักหนาหู ลั่นพอกันทีการเมืองใช้เงินตัดสิน
วันที่ 7 มกราคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทักทายพี่น้องประชาชนที่ชุมชนท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยนายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์ 2 บรรยากาศตลอดสองข้างทางบนถนนราชดำเนิน เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและห้างร้านต่างออกมาต้อนรับและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก
...
ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นระหว่างการเดินทักทาย เมื่อมีลูกหลานของคุณยายท่านหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ในรถและเดินลำบาก ตะโกนบอกนายอภิสิทธิ์ว่าคุณยายอยากเจอตัวจริง ทันทีที่ได้ยิน นายอภิสิทธิ์ถึงกับวิ่งหน้าตั้งตรงไปยังรถคันดังกล่าวทันที ก่อนที่คุณยายจะพยายามลงจากรถมาโผเข้ากอดและหอมแก้มนายอภิสิทธิ์ ด้วยความดีใจ จนถึงขั้นกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว พร้อมกับกล่าวอวยพรขอให้นายอภิสิทธิ์ ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อดูแลประชาชน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ได้เข้าทักทายข้าราชการและพนักงานเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง โดยตลอดเส้นทางมีการโบกมือเรียกให้เข้าไปหาเพื่อขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง
นายอภิสิทธิ์ยังได้เชิญชวนพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชให้ไปร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามหน้าเมือง อ.เมือง โดยยืนยันว่าในวันดังกล่าว ตนจะขึ้นเวทีเพื่ออภิปรายและอธิบายถึงรายละเอียดของนโยบายต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความมั่นใจในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
ยอมรับหนักใจ กระแสซื้อเสียงปักษ์ใต้ระบาดหนักหนาหู
ในวันเดียวกัน ที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์การแข่งขันทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังทวีความรุนแรง ว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือปัญหาการซื้อเสียงที่มีกระแสข่าวหนาหูมากในพื้นที่ แต่ตนรู้สึกดีใจที่เห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลง เมื่อพี่น้องประชาชนเริ่มลุกขึ้นมาพูดเองว่า “พอกันที” กับรูปแบบการเมืองที่ใช้เงินเป็นตัวชี้ขาดอำนาจ
“หนักใจก็เรียนตรงๆ นะครับ เรื่องของปัญหาการซื้อเสียง ก็ยังหนาหูอยู่นะครับ แต่เที่ยวนี้ก็พยายามที่จะสื่อสารกับทุกฝ่าย และดีใจครับที่พี่น้องประชาชนเริ่มลุกขึ้นมาพูดเองนะครับ ว่ามันน่าพอกันทีกับรูปแบบการเมืองที่เอาเรื่องของเงินมาเป็นตัวชี้ขาด”
ต่อข้อถามของสื่อเรื่องผลงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรคประชาธิปัตย์แทบไม่มีโอกาสได้บริหารกระทรวงที่ดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐานเลย เนื่องจากที่ผ่านมาใช้เวลาส่วนใหญ่เป็นฝ่ายค้าน และเมื่อเป็นรัฐบาลมักได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงด้านสังคม จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างรากฐานสวัสดิการ เช่น นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งเป็นผลงานที่ประชาชนจับต้องได้มากที่สุด
ในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ได้ฝากข้อความถึงพี่น้องชาวใต้ โดยแสดงความห่วงใยเรื่องปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะราคายางพาราและราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำมาหลายปี พร้อมประกาศว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะกลับมาเป็นที่พึ่งและเป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอีกครั้ง