“กัณวีร์” ลั่น ส่วยสัญชาติยังไม่หมด ต้องไม่ทุจริตกับสิทธิความเป็นมนุษย์ ย้ำ พรรคพลวัตเอาจริงพื้นที่ชายแดน พลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชน ขึ้นรถแห่หาเสียง จ.เชียงราย อ้อนเลือกเข้าสภาฯ เขินชาวบ้านโผกอด
วันที่ 7 มกราคม 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยถึงเหตุผลเลือกการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่ อ.เทิง จ.เชียงราย เป็นการแสดงถึงสัญญาว่าพรรคพลวัตเอาจริงกับพื้นที่ชายแดน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพี่น้องชาวม้ง ชาติพันธุ์ที่มีปัญหาสิทธิความเป็นมนุษย์ สิทธิที่ดินต่างๆ เรามาตรงนี้เพื่อทำให้เห็นว่าการที่เราทำงานพื้นที่ชายแดนล้อมประเทศไทยให้ได้ การกระจายอำนาจจึงเป็นสิ่งสำคัญ
นายกัณวีร์ เผยต่อไปว่า พื้นที่นี้พรรคพลวัตส่ง นายพันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งเป็นนักปฏิบัติที่ทำงานจริง โดยนายพันธวัช เปิดเผยว่า ที่ อ.เทิง มีปัญหาที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย เป็นผลพวงนโยบาย 66/23 จึงต้องจัดการเรื่องที่ดินให้พี่น้อง เมื่อปัญหานี้ไม่ได้ทำ ทำให้เกิดปัญหาทับซ้อน ตนทำงานกับพี่น้องมา 5-6 ปี และสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร มีกฎหมายอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ที่ดินทำกินกับป่า จึงอยากแก้ไขเรื่องนี้ และภูชี้ฟ้ามีสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก แต่การท่องเที่ยวไม่ได้เฟื่องฟูเพราะขาดโอกาสที่ดีๆ จึงเป็น 2-3 เรื่องพยายามผลักดันร่วมกับพรรคพลวัต
ทางด้าน นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย พรรคพลวัต กล่าวว่า ชุมชนนี้เป็นชุมชนชาวม้ง มีอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ มีวิธีคิดประวัติศาสตร์มีตัวตน แต่วันนี้ถูกอธิบายแบบพื้นๆ ทั่วไป ถ้าเราหยิบมาเจียรไนใหม่ ทำให้สิ่งเหล่านั้นมาอยู่ในโลกปัจจุบัน เราไม่ได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ แต่มาเล่าเรื่องปัจจุบัน เราจะได้สินค้าทางการเกษตร เสื้อผ้า เครื่องเงิน ท้ายสุดปลายทาง ตนอยากเห็นการท่องเที่ยวชุมชน เพราะเห็นชัดเจนว่าเอารายได้จากที่อื่นมาใส่ที่นี่ แต่ถ้าเกิดเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเป็นเงินจากข้างนอกแท้ๆ คนที่นี่จะมีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือเรื่องเดียวกัน
...
นายกัณวีร์ กล่าวย้ำด้วยว่า ประเทศไทยมีพี่น้องชาติพันธุ์ทั่วประเทศ แม้พระราชบัญญัติชาติพันธุ์จะผ่านแล้ว แต่ไม่สามารถนำไปเป็นรูปธรรมได้เต็มที่ ยังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การมีคณะกรรมการกลุ่มชาติพันธุ์จำเป็นต้องผลักดัน รัฐบาลที่ผ่านมายังไม่สามารถรวมกลุ่มได้ ทุกคนต้องแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมยังมีหลายกลุ่มถูกเพิกเฉยในไทย พรรคพลวัตจะไปตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย ตามดูต่อไป สิทธิขั้นพื้นฐานยังมีแรงงานนอกระบบมากมาย เราต้องดูในกระบวนการครอบคลุมให้ได้
ส่วนปัญหาส่วยสัญชาติ แม้จะมีการปราบปรามไปแล้ว แต่นายกัณวีร์ เห็นว่าประชาชนกว่า 4.8 แสนคน ยังไม่สามารถได้รับสิทธิที่ทำให้โปร่งใสได้ พรรคพลวัตจะติดตามให้กระทรวงมหาดไทย พื้นที่ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องร่วมมือในการปราบปราม ไม่ทุจริตกับสิทธิความเป็นมนุษย์ และ 6 แสนกว่าคนต้องสร้างมาตรการจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องมีมาตรการกระทรวงมหาดไทย จะไม่ให้เกิดส่วยสัญชาติอีกต่อไป
ต่อมาเวลา 08.00 น. นายกัณวีร์ พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ และนายพันธวัช ขึ้นรถแห่จากหน้าวิทยาลัยเทคนิคเทิง ผ่านสามแยกเทิง ไปยังตลาดสดอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โดยนายกัณวีร์ กล่าวช่วงหนึ่งขณะขึ้นรถแห่หาเสียงว่า เรามาปักหมุดที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เรามาเสนอตัวเป็นผู้รับใช้พี่น้องประชาชน แม้พรรคพลวัตจะเป็นพรรคใหม่ แต่ขออาสาตัวมาทำเพื่อประชาชน ซึ่งผู้สมัครของเราก็ไม่ใช่คนใหม่ เขาเกิดที่อำเภอเทิง เราพร้อมที่จะเดินหน้าไปกับพี่น้องอำเภอเทิง เพื่อทำให้จังหวัดของเราเป็นพื้นที่น่าอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่นายกัณวีร์ เดินตลาดสดเทิง พ่อค้าแม่ค้าต่างยิ้มแย้มทักทาย ซึ่งบางส่วนบอกว่าจำนายกัณวีร์ได้ เพราะเคยเห็นในโทรทัศน์ และตัวจริงหล่อกว่าภาพในแผ่นพับ ขณะที่แม่ค้าร้านผลไม้เมื่อเห็นนายกัณวีร์ ก็โผเข้ากอด พร้อมบอกว่า “หากประเทศไทยมีคนแบบคุณกัณวีร์สักร้อยคนคงจะเจริญแล้ว ชอบเพราะชอบตอกหน้าพรรคลุง” นายกัณวีร์ จึงกล่าวตอบว่า “ขอบคุณครับ หากเลือกพรรคพลวัตเข้าไปเราจะทำเต็มที่ เราจะทำให้ประเทศชาติเจริญ”