รมว.ยุติธรรม-ตร.ไซเบอร์ ร่วมป้องปราบทุนเทาสนับสนุนนักการเมืองช่วงเลือกตั้ง 69 ยืนยันยังไม่พบว่ามีนักการเมืองคนใด หรือพรรคการเมืองไหนเข้าไปเกี่ยวข้องเว็บพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ หรือเงินเทา พร้อมตรวจสอบนักการเมืองทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุม กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์-เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ร่วมประชุมการปฏิบัติการเชิงรุกการป้องปราบทุนเทาสนับสนุนนักการเมืองช่วงการเลือกตั้ง สส. 69 ยันตรวจสอบทุกพรรคเท่าเทียมกัน
พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยว่าวันนี้เป็นการประชุม และติดตามผลปฏิบัติการต่างๆ ทั้งคดีทั่วไป และคดีที่เป็นเป้าหมายสำคัญ รวมถึงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน ซึ่งในช่วงที่ใกล้การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยมากที่สุด คือเรื่องของสแกมเมอร์ และการพนันออนไลน์ที่สร้างปัญหาให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก รวมถึงในวันนี้ได้มีการพูดคุยและให้นักนโยบายพิเศษ เนื่องจากช่วงนี้ใกล้การเลือกตั้งจึงมีการกำชับให้ดูแลในเรื่องของเงินเทา และให้ทางตำรวจไซเบอร์ติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ผู้สมัคร สส. เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินเทา เนื่องจากผู้สมัคร สส. ทุกท่านนั้นหากได้รับการเลือกจากประชาชนก็จะต้องเข้ามาบริหารประเทศ และได้มีการกำชับไปยังตำรวจไซเบอร์ในทุกพื้นที่ ให้เฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดหากพบว่ามีลักษณะที่มี สส. ไปเกี่ยว เว็บพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ หรือเงินเทาให้นำเรื่องดังกล่าวเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบ
ซึ่งในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีนักการเมืองคนใด หรือพรรคการเมืองไหนเข้าไปเกี่ยวข้อง และยืนยันว่าจะตรวจสอบนักการเมืองทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียม พร้อมประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนหากพบเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดของ สส. พรรคการเมืองไหนสามารถแจ้งมายังตำรวจไซเบอร์ได้โดยตรงเนื่องจากเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
โดยในเรื่องนี้เป็นคำสั่งแรกของรัฐบาลชุดนี้ที่มีการแต่งตั้งอนุกรรมการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยมีตนเป็นประธาน ซึ่งที่ผ่านมาทางนายกรัฐมนตรีมีนโยบายว่าให้ตนและผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ประสานความร่วมมือกันในการปราบปรามโดยเคร่งครัด และทางนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์สู้รบระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาที่ผ่านมาซึ่งทางกองทัพได้มีปฏิบัติการทำลายฐานที่ตั้งทหารที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์หลายจุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่ามีการทำลายไปแล้วกี่แห่ง-ตึก พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ในส่วนของตัวเลขยังไม่ได้รับมาอยู่ในมือของตัวเอง ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์ได้จัดเวรไปอยู่ที่หน้าชายแดนเพื่อคอยตรวจสอบบุคคลที่เดินทางกลับเข้ามา เพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดหรืออยู่ในขบวนการแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายฐานสแกมเมอร์หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุบางส่วนกลับมาที่ประเทศไทย บางส่วนก็ย้ายฐานเข้าไปอีกจุดหนึ่ง ซึ่งย้ายออกไปจากเมืองปอยเปตไปแล้ว แต่ในส่วนนี้เราขอนำเรียนเบื้องต้นเท่านี้ก่อน ซึ่งทราบแล้วว่าย้ายไปไหนแต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัด และทราบมาว่าเขาจะเน้นหลอกเฉพาะคนไทย และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ คือการประชาสัมพันธ์ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์ก็มีการประชาสัมพันธ์มาตลอด
...
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จากการทำลายฐานที่ตั้ง มีผลทำให้สถิติการหลอกลวงลดลงหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่าจากที่ดูแนวโน้ม การหลอกลวงยังคงมีอยู่และสูงขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายนั้นลดลง ซึ่งในส่วนนี้เราคงต้องดูจากตัวเลข อย่างเมื่อสักครู่ที่ทางผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์นำเสนอ พบว่ากรณีหลอกลงทุนเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในอันดับที่ 5-6 แต่มูลค่าความเสียหายนั้นสูงเป็นอันดับที่หนึ่ง
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามถึงประเด็นคุกวีไอพี พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่าได้ส่งข้อมูลคดีคุกวีไอพีไปที่ ป.ป.ช. แล้วตามกรอบระยะเวลา และตัวเองให้ฝ่ายบุคคลเสนอเรื่องขึ้นมา ซึ่งเมื่อวานมีการเสนอเรื่องขึ้นมาแต่ได้ให้ไปแก้ไขว่าบางคนมองว่าเป็น บัตรสนเท่ห์ ตนมองว่าไม่ใช่ เพราะว่ามีคนร้องเรียนเข้ามาเราจะต้องตรวจสอบว่ามีเบาะแสอย่างไร และต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน ซึ่งเขาร้องเรียนมาหลายเรื่องประกอบกับที่เคยไปร้องยังนายกรัฐมนตรี