“ยิ่งชีพ-สมบัติ” บุก กกต. พูดคุย 7 นาที ถามปมข้อสงสัยเลือกตั้ง-ประชามติ ด้าน เลขา กกต. ยัน พรรค-นักการเมือง รณรงค์ประชามติได้
วันที่ 6 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เดินทางมาสอบถาม นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เกี่ยวกับประเด็นข้อสงสัยเรื่องของการเลือกตั้งและการทำประชามติ โดย บก.ลายจุด ได้ใส่เสื้อยืดสีดำระบุอักษรย่อ ค. ที่เสื้อ
ระหว่างที่ นายแสวง กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่ นายสมบัติ เข้ามาในวงสัมภาษณ์ พร้อมตั้งคำถามว่า “กกต. มีหน้าที่ในการเลือกตั้งและการลงประชามติถูกต้องหรือไม่” ซึ่งนายแสวง ตอบว่า “ถูกต้อง” นายสมบัติจึงถามเพิ่มเติมว่า “การที่นายแสวงให้สัมภาษณ์ช่วงต้นบอกว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองไม่ควรออกมารณรงค์ในการชี้นำแสดงจุดยืนว่าตนเองรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญประเด็นนี้นายแสวงได้กล่าวตอนต้นว่าทำไม่ได้ถูกต้องหรือไม่” ซึ่งนายแสวง ก็ตอบว่า “ถูกต้อง” นายสมบัติ จึงถามย้ำว่า “แล้วตกลงจะทำได้หรือทำไม่ได้”
...
นายแสวงได้ตอบคำถามนายสมบัติบอกว่า ตนเองได้แถลงข่าวไปแล้วว่าสามารถทำได้ เพราะกฎหมายมาตรา 17 มีการบอกให้ กกต.กำหนด เพื่อความเรียบร้อยเมื่อมาพิจารณาดูแล้ว เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กกต. จึงไม่ได้ออกกฎเกณฑ์อะไร เพียงแต่คนเป็นพรรคจะมีภาระมากกว่าประชาชน เพราะหากพรรคจะทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของพรรคการเมืองและอยู่ภายใต้กฎหมายประชามติ รวมทั้งกฎหมาย สส. นายสมบัติถามเพิ่มเติมว่า คำพูดของนายแสวงทำให้ประชาชนรู้สึกสับสน จึงอยากจะขออนุญาตให้นายแสวงเขียนเป็นข้อความระบุให้ชัดเจน และนักการเมืองบางส่วนไม่ทราบว่าจะเอาหมวดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปไว้ในหมวดไหนของค่าใช้จ่าย กกต. จะมีทางออกเรื่องนี้อย่างไร นายแสวง บอกว่า พรรคการเมืองมีเจ้าหน้าที่เรื่องการเงิน การงบประมาณอยู่แล้วซึ่งต้องรู้กฎหมาย ตนเองบอกตั้งแต่แรกว่าพรรคการเมืองต้องดูกฎหมาย 3 ฉบับ พรรคการเมืองใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องอยู่ในกฎหมายพรรคการเมือง แต่สำหรับประชามตินั้นไม่มีค่าใช้จ่าย หากเลือกตั้ง สส. จะมีค่าใช้จ่ายแบบพรรคกับแบบแบ่งเขต ซึ่งเส้นแบ่งคือเนื้อหาที่แต่ละคนไปพูดจึงต้องระมัดระวังให้ดี
หลังจากนั้น นายแสวง นายสมบัติ รวมทั้งนายยิ่งชีพได้ลงไปพูดคุยรายละเอียดต่างๆ ร่วมกันเป็นเวลา 7 นาที ก่อนที่นายยิ่งชีพและนายสมบัติออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
นายสมบัติบอกว่า เมื่อสักครู่นายแสวงได้ถามตนเองว่าที่ใส่เสื้ออักษรย่อ ค. หมายความว่าอย่างไร ซึ่งตัวเองตอบว่านี่คือ ค.ควาย อยากจะสื่อความหมายถึงคำว่า “คิด” ใส่เสื้อตัวนี้มาเพราะอยากให้นายแสวงได้คิด ซึ่งนายแสวงยืนยันกับตนเองว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการลงประชามติ สิ่งที่ตนเองเห็นร่วมกันกับนายแสวงคือกระแสเรื่องของการลงประชามติเบามาก อาจจะเป็นเพราะว่าบรรดา สส.ไปพูดเรื่องการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้พูดเรื่องการลงประชามติ จึงต้องช่วยกันรณรงค์เรื่องของการลงประชามติ
ด้านนายยิ่งชีพ บอกว่า หลังจากได้คุยกับนายแสวงในห้องรับรองระยะเวลา 7 นาที ประเด็นแรกได้มีการขอมาตลอดให้ขยายเวลาในการลงทะเบียนการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและการประชามตินอกเขตเพิ่มอีกประมาณ 3 วัน โดยตามกฎหมายสามารถทำได้ถึงวันที่ 8 มกราคม หรือหากจะขยายเพิ่มเติมอีก 1 วันตัวเองคิดว่าเป็นการรักษาสิทธิ์รักษาเสียงได้อีกหลายแสนคน โดยนายแสวงก็ยืนยัน ว่ายังไม่มีการขยายและปิดการลงทะเบียนไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้ หากประชาชนลงทะเบียนไม่ทัน ตอนนี้ไม่มีทางที่จะลงทะเบียนได้แล้ว ต้องกลับบ้านไปตามทะเบียนบ้านวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เท่านั้น
ส่วนอีกประเด็นที่อยากถามคือมีคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตแต่ไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อทำประชามตินอกเขตจำนวนเท่าไหร่ เพราะต้องลงทะเบียน 2 ครั้ง 2 ระบบ ซึ่งตอนนี้ตัวเลขทางการยังไม่ออกมา แต่นายแสวง ตอบแล้วว่ามีจำนวนประมาณ 6 แสนคน (จำนวน 3 วัน) ซึ่งนี่คือจำนวนคนที่ไม่สามารถออกเสียงประชามติได้ ถือเป็นจำนวนที่น่าเสียดาย และถือเป็นความเสียหายไม่หนักเท่าที่คิดจึงขอบคุณสื่อมวลชนและหลายฝ่ายที่ช่วยประชาสัมพันธ์