“เอกนัฏ” ยกเลือกตั้งใหญ่ 2569 เป็นหน้าประวัติศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทย เปิดดรีมทีมให้มืออาชีพ-คนนอก ชี้ พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดพูดแล้วทำ มุ่งทำให้ความฝัน-ความหวังเป็นจริง


วันที่ 5 มกราคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะแม่ทัพหาเสียงพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงเหตุผลของการตัดสินใจมาทำงานกับพรรค ว่า หากเป็น 5-10 ปีก่อน คงไม่เข้ามาพรรคภูมิใจไทย แต่มาวันนี้เมื่อตัดสินใจแล้วมาเข้ากับพรรคภูมิใจไทย ก็มาทำงานให้ทุ่มเททั้งกายใจ เพราะคิดว่าพรรคภูมิใจไทยมีพัฒนาการไม่เหมือนเดิม

นายเอกนัฏ ระบุต่อไป ที่หลายคนเคยพูดว่าเป็นศูนย์รวมของบ้านใหญ่เท่านั้น ซึ่งมองว่าไม่ใช่ แต่เห็นว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดกว้างให้คนเข้ามาทำงาน อย่างเช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน นี่คือการเมืองที่เราต้องการ นี่คืออนาคตที่ตนต้องการให้เกิดขึ้นกับประเทศ คือการเมืองที่เปิดกว้างให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน เพราะปัญหาของประเทศไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองที่จะเข้ามาช่วยกันทำ แต่ปัญหาของประเทศเป็นเรื่องใหญ่ที่นักการเมืองต้องชวนคนที่อยู่นอกวงการมาช่วยกันคิดช่วยกันทำ แบบที่นายอนุทินทำ

“เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทยเหนือความคาดหมาย ไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่จะมีพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้งประกาศชัดเจนว่า ถ้าเข้ามาฟอร์มรัฐบาลจะมอบตำแหน่งสำคัญ รองนายกฯ 3 คน ควบกับกระทรวงที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ ให้กับคนนอก ให้กับมืออาชีพมาทำ และเปิดเผยเลย ไม่มีจริงใจมากกว่านี้อีกแล้ว และเป็น 3 คนที่ทำงานเห็นผลงานแล้ว คนพอใจ คนเชื่อมือ ถือเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ผมเห็นว่าเป็นพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทย”

...

ในช่วงท้าย นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดเวลาคือการพูดแล้วทำ ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทยตั้งมา 10 กว่าปีก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพูดอะไรแล้วทำจริง วันนี้ตนมีแนวคิดเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพราะเบื่อทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง นักการเมืองก็มักจะหลอกให้คนฝัน หลอกให้คนมีความหวัง สามารถพูด สามารถโฆษณา สามารถประกาศว่าจะทำได้ทุกเรื่อง แต่เมื่อไหร่จะมีนักการเมืองที่เข้ามาขายฝันและในที่สุดความฝันนั้นจะเป็นความจริง ตนก็มีความหวังเหมือนกัน และตั้งใจว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคที่ทำให้ความฝันกับความหวังของคนที่ถูกให้คำมั่นสัญญาจากพรรคการเมืองเป็นความจริงให้ได้.