“ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงเขตบางกะปิ เจอตะโกน “พรรคส้มเน่า” ทำไมต้องแก้ ม.112 มอง เป็นโอกาสดีได้ชี้แจงทำความเข้าใจ วอน กกต.ขยายเวลาลงทะเบียนประชามตินอกเขต เมิน “เรืองไกร” ร้อง กกต.


วันที่ 5 มกราคม 2569 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ต่อเนื่อง เดินหาเสียงช่วย นายก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคประชาชน ในเขตบางกะปิ ที่ตลาดนครไท ลาดพร้าวซอย 101 โดยทันทีที่มาถึง ได้เดินหาเสียงแนะนำผู้สมัครซึ่งครั้งนี้พรรคประชาชนส่งผู้สมัครหน้าใหม่ลง พร้อมฝากขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคได้มีโอกาสเข้าไปทำงาน ขณะที่นายก่อเกียรติ กล่าวว่า ครั้งนี้ขอฝากชาวบางกะปิเลือกเข้าไปทำงานในสภาฯ เป็นตัวแทนอีกครั้ง

ส่วนบรรยากาศของการเดินหาเสียงในตลาดมีทั้งคนที่สนใจสอบถามรายละเอียด ขณะที่บางคนเมิน ซึ่งช่วงที่กำลังเดินหาเสียงกับร้านค้าในโซนอาหาร มีกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะและตะโกนอยู่ห่างๆ ว่า “จะด่าพรรคส้มเน่า ถามได้ไงมีทหารไว้ทำไม” จากนั้นได้เดินหาเสียงต่อ มีร้านค้าบางร้านสอบถามเรื่องการออกเสียงประชามติและเลือกตั้งล่วงหน้า โดยสะท้อนว่าจนถึงวันนี้ยังไม่เข้าใจเรื่องการไปทำประชามติ และไม่รู้ว่าจะต้องตัดสินใจเรื่องของคำถามประชามติ โดยนางสาวศิริกัญญา อธิบายให้ฟังว่าเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตสามารถทำได้ ส่วนการออกเสียงประชามติไม่สามารถเลือกล่วงหน้าได้ ต้องเลือกวันเดียวคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ขอใช้สิทธินอกเขตได้

เมื่อเดินมาที่ร้านทำกรอบพระ เจ้าของร้านได้ตั้งคำถามกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ว่า ทำไมพรรคนี้ถึงตั้งหน้าตั้งตาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญและมาตรา 112 ทั้งที่ประเทศและคนไทยไม่ต้องการ สิ่งที่ประชาชนต้องการคือแก้ปัญหาปากท้อง ซึ่งนางสาวศิริกัญญา ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญยังมีความบกพร่องหลายอย่าง แต่เรื่องมาตรา 112 ไม่มีนโยบายที่จะแก้ ทำให้บรรยากาศในการซักถามและชี้แจงเป็นไปอย่างดุเดือด

...

หลังเดินหาเสียงเสร็จผู้สื่อข่าวถามว่าไปหาเสียง 2 จุด เจอประชาชนตั้งคำถามหนักทั้งเรื่องทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ และมาตรา 112 นางสาวศิริกัญญา ตอบว่า ถือเป็นโอกาสที่เราจะได้ทำความเข้าใจ และพรรคประชาชนเราไม่ได้มุ่งแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ แต่เราพูดเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ก็ถือเป็นการเช็กฟีดแบ็ก ยอมรับว่าสิ่งที่เราสื่อสารโดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจอาจจะยังไม่ถึงประชาชนเลย ทำให้คิดว่าทำไมไม่มีนโยบายที่โดนใจ มีแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้ก็มีโอกาสได้ทำความเข้าใจและไม่ได้หนักหนาเลยเมื่อเทียบกับคนอื่นที่เจอระหว่างลงไปช่วยผู้สมัครหาเสียง เพราะทุกการเลือกตั้งก็จะเจอแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าพรรคเรามักจะมีนโยบายที่โดดเด่นชวนตั้งคำถาม ส่วนจะเปลี่ยนใจได้หรือไม่คงต้องรอวันเลือกตั้ง

ส่วนความต้องการของคนกรุงเทพฯ วันนี้พรรคประชาชนได้เห็นแล้ว มีนโยบายที่ตอบโจทย์ได้หรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า จากที่รับฟังมาตลอดและก็รู้ว่าคนกรุงเทพฯ มีความต้องการและปัญหาข้อกังวลอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องคงจะเป็นเรื่องใหญ่ การจะช่วยด้วยการให้ยาแก้ปวด “คนละครึ่ง” ต้องยอมรับว่าก็ต้องบรรเทาปวดกันไปก่อนช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาต้องประคับประคองกันไป แต่ถ้าจะแก้ให้หายขาดแม้ในวันที่ไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องทำเรื่องใหญ่และยาก ซึ่งก็เป็นหน้าที่ผู้แทนประชาชนที่ต้องไปคิดแทนประชาชนว่าจะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ถึงต้นตออย่างไร

เมื่อถามว่าเขตลาดพร้าว-บางกะปิ พรรคประชาชนต้องทำการบ้านเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะมีผู้สมัครที่เป็นตัวเต็งหลายพรรคลง นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า แม้ สส.คนเก่าของพรรคประชาชนไม่ได้ลงสมัคร แต่จะมาช่วยหาเสียงแน่นอนเพื่อจะส่งไม้ต่อได้อย่างสมบูรณ์ และเราก็ต้องทำงานหนักทุกเขต ไม่ว่าจะเป็น สส.หน้าเดิมลงหรือผู้สมัครหน้าใหม่ เพราะเราเข้าใจดีว่าประชาชนไม่ได้เป็นของตายให้กับใคร ถ้าเราทำงานไม่ดี ไม่ถูกใจ ประชาชนคงไม่อยากเลือกต่อ แต่ถ้าเราทำงานดี ทำงานถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่-หน้าเก่าประชาชนก็จะให้การสนับสนุนอยู่แล้ว ต้องให้ผู้สมัครในแต่ละเขตไปตีโจทย์ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ชนะ

สำหรับเรื่องความไม่เข้าใจเรื่องการลงทะเบียนไปทำประชามติและการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย วันนี้หลังจากที่ได้เดินพบปะกับประชาชนในตลาดก็มีการถามเรื่องการทำประชามติ เพราะไม่ทราบเรื่องนี้เลยว่าจะต้องออกเสียงทำประชามติด้วย ซึ่งหลังจากรับฟังก็ได้รู้ปัญหาว่าการที่ไม่ได้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าของประชามติก็เป็นปัญหาหนึ่ง หากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตัวไม่ได้อยู่ก็จะเสียสิทธิลงประชามติเพราะไม่มีการเลือกล่วงหน้า แต่หากใครรู้ตัวว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์จะไป อยู่ที่ไหนก็ให้ลงทะเบียนใช้สิทธิทำประชามตินอกเขต ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย อยากให้ประชาชนรักษาสิทธิของตัวเอง พยายามเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ให้สำเร็จภายในวันนี้ ไม่อย่างนั้นก็จะเสียสิทธิเลือกตั้งและทำประชามตินอกเขต แม้วันนี้เว็บไซต์จะติดขัด แต่ก็อยากให้ทุกคนเสียเวลาเข้าไปจัดการให้เรียบร้อย

ขณะเดียวกัน เห็นด้วยว่า กกต. ควรจะขยายเวลาให้ประชาชนได้ลงทะเบียนเลือกตั้งและทำประชามตินอกเขตได้จนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 เพราะเวลาลงทะเบียนน้อยมาก โดยเฉพาะการทำประชามติที่มีเพียง 3 วันคือ 3-5 มกราคม ซึ่งก็ได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เต็มที่ แต่ด้วยข้อจำกัดที่เลือกล่วงหน้าไม่ได้ทำให้การลงทะเบียนนอกเขตเป็นไปได้ยากลำบาก และขั้นตอนก็ยุ่งยากกว่าการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า อยากวิงวอน กกต. ช่วยขยายเวลาให้ได้มีเวลาเตรียมตัวและตัดสินใจจะไปเลือกนอกเขต หรือในเขต หรือเขตไหน และวันนี้เว็บไซต์ก็ล่มอีก ควรต่อเวลาลงทะเบียนไปอีก 2 วันก็ยังดี

ในช่วงท้าย นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.พรรคพลังประชารัฐ ไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบเอกสารการลาออกของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ที่ไม่มีลายเซ็น ว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่ใบลาออกจะไม่มีลายเซ็น กกต. จะเป็นผู้ชี้เรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนใครจะไปร้องอะไรก็ขอให้คนที่มีอำนาจที่จะพิสูจน์เป็นคนตัดสินใจว่าตกลงเอกสารที่ลาออกสมบูรณ์หรือไม่.