“รักชนก-กิตติพงษ์” ย้ำจุดยืนพรรคประชาชนมั่นคงเคียงข้างทหาร นโยบายชัดเจนเป็นระบบ ยกระดับขีดความสามารถกองทัพ ปัดมุ่งแก้ ม.112
วันที่ 5 มกราคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก พร้อมด้วย น.ท. กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ และ พล.อ.อ. ภูริทัต จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ช่วยหาเสียงให้ “ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 11 เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) ของพรรคประชาชน โดยขึ้นรถแห่หาเสียงไปตามจุดต่างๆ เริ่มต้นที่แยกสายไหม 56 ประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคและเชิญชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี
“ไอซ์” โอดไอโอปั่นมุ่งแต่แก้ ม.112-ด้อยค่าทหาร
น.ส.รักชนก กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนเริ่มต่อต้านพรรคประชาชนในการหาเสียง มีความกังวลหรือไม่ ว่า เหตุการณ์แบบเมื่อวาน ทุกคนที่ไปลงพื้นที่มีโอกาสเจอได้หมด ซึ่งคนที่แสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตร หรือคำถามที่ตอบยากนั้น ตนบอกเป็นเรื่องปกติของการหาเสียง ที่ทุกพรรคน่าจะเจอ ไม่ใช่แต่พรรคประชาชน แต่ความรุนแรง น่าจะมากน้อยแตกต่างกันไป
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ คำถามที่ว่าในสภาฯ ตนทำงานหรือไม่ ทำไมจ้องแก้ แต่มาตรา 112 ตนยืนยันว่า เรื่องนี้แทบไม่มีใครพูดถึงกันเลยในการเลือกตั้ง แต่มีแค่คนอื่นเอาป้ายนี้มาแปะพรรคประชาชน ซึ่งในสภาฯ พรรคประชาชนพยายามผลักดันตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ต่างๆ ผลักดันเยอะมาก
“สิ่งที่โดนโจมตีนั้น ต้องบอกว่า เป็นขบวนการข้อมูลข่าวสารที่ทำสำเร็จจริงๆ ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า ตนมุ่งแก้แต่ มาตรา 112 และด้อยค่าทหาร ทั้งที่ตนคิดว่า พรรคประชาชน เป็นพรรคเดียวในตลอดหลายปี ที่เวลามีทหารชั้นผู้น้อยโดนทำร้าย แล้วเราออกมายืนเคียงข้างคนที่ถูกกระทำ มีพรรคไหนบ้าง ที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อมและออกมายืนเคียงข้าง” น.ส.รักชนก กล่าว
...
หากจะดูความจริงใจของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง ให้ดูตอนโหวตกฎหมาย พรรคประชาชนยื่นกฎหมายที่จะทำให้การทุจริตคอร์รัปชันในกองทัพ หรือ การทำทารุณกรรมในกองทัพ ต้องมาขึ้นศาลพลเรือน เพราะเวลาขึ้นศาลทหารก็เอาพวกพ้องมาตัดสินโทษ หรือ สิ่งที่ควรจะลงโทษ ไม่ได้เป็นไปตามบรรทัดฐาน
“ตนจะยืนอยู่เคียงข้างทหารที่ถูกกระทำ และเป็นทหารชั้นผู้น้อยมาโดยตลอด มันไม่จำเป็นต้องรักกัน หรือไม่รักกัน ตนยืนอยู่ข้างความเป็นธรรม และใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็พร้อมยืนเคียงข้าง แม้ว่าพวกเขาจะรัก หรือไม่รักตนก็ตาม ให้ไปดูว่านักการเมืองที่ออกมาโจมตีพวกเรา ว่า พวกเราด้อยค่ากองทัพนั้นโหวตอย่างไร คดีน้องเมยที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกคนกดแชร์และเห็นก็เศร้าไปด้วย ให้ไปดูได้ว่าใครที่ออกมาเรียกร้องให้ทหารชั้นผู้น้อยหรือคนที่โดนกระทำอะไรแบบนี้บ้าง” น.ส.รักชนก กล่าว
อุบตอบไม่ได้พรรคไหนสีเทา ย้ำไม่โหวต “เสี่ยหนู”
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนถูกทำร้ายโดยผู้มีอำนาจหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตนคิดมากเกินไปหรือไม่ แต่ก่อนการรัฐประหารในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ก็มีการส่งสัญญาณ กองทัพก็สื่อสารกับประชาชนเพิ่มมากขึ้น สื่อมวลชนถาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะทำรัฐประหารหรือไม่ ก็ตอบไม่ทำ แต่สุดท้ายก็เสียสัตย์ และทำให้ประเทศไทยถูกแช่แข็งมา 10 กว่าปี จนทุกวันนี้ ตัวเขาไม่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาทำไว้ยังอยู่ และดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทยอันดับก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ มีมรดกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
เมื่อถามว่า จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดชัดเจนว่า ต่อจากนี้จะไม่มี สส.จากพรรคประชาชน คนไหน ไปขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าเราจะชนะเลือกตั้งจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อถามว่าพรรคไหนเข้าข่ายสีเทา น.ส.รักชนก กล่าวว่า ต้องถามแกนนำ เราตอบไม่ได้
เมื่อถามว่ารักทหารหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ก็เหมือนกับคำถามอื่นว่า ตนรักสื่อมวลชนหรือไม่ รักอาชีพหมอ อาชีพพยาบาลหรือไม่ แน่นอนว่ามันก็มีคนที่ดีและคนไม่ดีอยู่ในแต่ละอาชีพ ดังนั้น ตนคิดว่า ตนยืนอยู่เคียงข้างพ่อแม่พี่น้องทหารที่ถูกกระทำ ใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะรักหรือไม่รักตนก็ตาม
ด้าน น.ท. กิตติพงษ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายการทหารของพรรค กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนทำงานเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร ได้รับรู้ข้อมูลและได้ช่วยเหลือทหารหลายเรื่อง เช่น กรณีพลทหารถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งในฐานะอดีตนายทหาร ยืนยันว่า ทหารส่วนมากให้การสนับสนุนพรรคประชาชน เห็นได้จากผลการเลือกตั้งปี 2566 พื้นที่ทหารส่วนมาก ทหารให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลในขณะนั้น มีเพียงทหารบางส่วนที่พยายามสร้างกระแสสร้างความแตกแยก ระหว่างพรรคประชาชนกับทหาร
สำหรับคำถามที่ว่า มีทหารไว้ทำไม เราตอบได้ชัดเจนว่า ที่ผ่านมาเราสนับสนุนกองทัพมาตลอด และเห็นว่า มีความจำเป็นในการปกป้องรักษาอธิปไตยของประเทศ นโยบายของเราสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม พิจารณาทุกมิติ ทั้งด้านงบประมาณ ความเป็นไปได้ โครงสร้าง กฎหมาย เช่น การดูแลสวัสดิการของทหาร การยกระดับขีดความสามารถของกองทัพ การพัฒนากองทัพผ่าน offset policy ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองอื่นนำเสนออย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นข้อกล่าวหาว่าพรรคประชาชนเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเลย
ขณะที่ นายศศินันท์ กล่าวว่า พรรคประชาชน ยังมีนโยบายอีกหลายด้าน ทั้งการปฏิรูปกองทัพ นโยบายเศรษฐกิจปากท้อง การช่วยเหลือ SME การศึกษา สวัสดิการสำหรับคนทุกช่วงวัย ซึ่งเราจะนำเสนอต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง อยากให้ทุกคนให้ความสนใจกับนโยบายเหล่านี้เช่นกัน เพราะมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน