“ไชยา พรหมา” ร่ายยาว สาเหตุทิ้งพรรคเพื่อไทย ย้ำยังสำนึกในบุญคุณ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ให้โอกาสทำงานตลอด 24 ปี เปรียบเมื่อมีลูกเป็นหนุ่มแล้วขอโอกาสเติบโตเอง ยันไม่ใช่งูเห่า เพราะย้ายมากล้าธรรมหลังยุบสภา
วันที่ 4 มกราคม 2569 นายไชยา พรหมา ผู้สมัคร สส. หมายเลข 7 เขต 2 จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม ออกมาเปิดใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง หลังจากประชาชนตั้งคำถามย้ายพรรคเพื่อไทย มาสังกัดพรรคกล้าธรรม ว่ามีพี่น้องประชาชนยังตั้งคำถามและยังมีข้อข้องใจอย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องเหตุผลของการย้ายพรรคเพื่อไทย ไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว หลายคนถามว่าตัวเองทรยศต่อพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ โดยขอยืนยันว่าตนเองสำนึกบุญคุณและมีความกตัญญูรู้คุณกับพรรคเพื่อไทยและอยู่กับพรรคเพื่อไทยมา 24 ปี โดยช่วงที่พรรครุ่งโรจน์ตนเองก็ไม่ได้หายไปไหน ช่วงที่พรรคเจอวิกฤตทางการเมืองตนเองก็อยู่และไม่ได้หนีไปไหน โดยเฉพาะช่วงที่โดนรัฐประหารหลายคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กระโดดหนีพรรคเพื่อไทยไปอยู่ที่อื่นและไปมีอำนาจอยู่ที่อื่น และไปซูฮกกับเผด็จการ ก็ยังกลับมาพรรคเพื่อไทยได้ แต่ตนเองไม่เคยหนีไปไหน แม้ถูกบีบคั้นจากผู้มีอำนาจในยุคนั้นเพื่อให้ย้ายพรรค ซึ่งตอบปฏิเสธไปว่าไม่สามารถที่จะทิ้งพรรคได้
“ตลอดระยะเวลา 24 ปี ตนเองอยู่ที่พรรคเพื่อไทย เปรียบเสมือนบ้านอันอบอุ่น โดยพรรคให้โอกาส จึงไม่เคยลืมบุญคุณของนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้โอกาสทางการเมือง ซึ่งตนเองคิดว่าการได้รับการสนับสนุนจากพรรคให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในชีวิต แต่ตนเองคิดว่าระยะเวลาสั้นๆ ที่ได้ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 7 เดือน ก็มีคำถามอยู่ในใจเสมอ และประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลาว่าตนเองโดนปรับออกไปเพื่ออะไรหรือตนเองไม่มีความสามารถหรือตนเองทำอะไรผิด ซึ่งตนเองก็หาคำตอบจากพรรคไม่ได้” นายไชยากล่าว
...
นายไชยา ยังระบุอีกว่า ถึงอย่างไรก็ตาม คิดว่าก็เป็นเหตุผลหนึ่งหรือความจำเป็นที่พรรคอาจจะมีเหตุผลที่ปรับตนเองออก แต่ส่วนตัวคิดว่าศักยภาพของตนเองยังสามารถที่จะทำงานรับใช้ประชาชนได้ และอยู่ที่ไหนเป้าหมายสำคัญคือการทำงานเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลำภู และพี่น้องชาวภาคอีสาน นี่คือเป้าหมายหลัก ดังนั้นจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ โดยไม่อาจที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ และเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ได้ยินดีที่จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนว่าชีวิตของเราต้องเดินไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นคิดว่าในสิ่งที่ตนเองเคยปฏิบัติหน้าที่เป็น สส. เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วง 7 เดือน ทำหน้าที่เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้แสดงบทบาทให้เห็นแล้วว่าตนเองได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ และเป็นหน้าตาของพรรค ดังนั้นในวันนี้ตนเองก้าวออกมา ถ้าเปรียบเสมือนครอบครัวแล้วการมีลูกก็ลูกโตเป็นหนุ่ม 24 ปีแล้ว
นายไชยา ยังชี้แจงอีกว่า ตนเองออกมาจากพรรคในตอนที่ยุบสภา หากจะเป็นงูเห่า ต้องไปตั้งแต่ตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นขอปฏิเสธ และยังสำนึกบุญคุณต่อผู้มีพระคุณของตนเองและเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอโอกาสในการทำงาน เพราะคิดว่าวันนี้การที่ตัดสินใจทางการเมืองร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม เพราะพรรคกล้าธรรมเห็นความสามารถและศักยภาพในตัวของตนเอง จึงอยากให้เข้ามาช่วยงาน ดังนั้นจึงตอบรับว่าสิ่งไหนที่สามารถที่ช่วยเหลือและดูแลประชาชนในพื้นที่ได้ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนก็อยากจะแสดงฝีมือ เพื่อจะขอโอกาสจากประชาชนชาวหนองบัวลำภูให้กลับเข้าไปทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรของพี่น้องอีกครั้ง