3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ควง “จินนี่” บุกกลางสยาม เปิดนโยบายช่วยตั้งแต่ครรภ์มารดาจนสูงอายุ ด้าน “คุณหญิงสุดารัตน์” ขอ สส.มากสุด หวังทลายการเมืองแบบเก่า ใช้เงินกว่าหมื่นล้าน สุดท้ายไปถอนทุน ยังกั๊ก จับมือพรรคไหน เตือน ที่ประกาศไม่จับมือคนนั้นคนนี้ สุดท้ายระวังเป็นแกงโฮะ


วันที่ 4 ม.ค. 2569 ไทยสร้างไทย นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายโภคิน พลกุล และพล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร ได้ยึดพื้นที่สยาม เปิดนโยบาย “ดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนแก่” ทำให้คนไทยหายเหนื่อยกับการดำรงชีวิต มีชีวิตที่มีความสุข และมีความมั่นคงในชีวิตทุกช่วงวัย


โดยเป็นแพ็กเกจการดูแลตั้งแต่ในครรภ์มารดา จนแก่ เริ่มจากการลงทุน สร้างคนไทยที่เก่งและดี เด็กตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 6 ขวบ จะได้รับการดูแลเดือนละ 2,000 บาท เมื่อถึงวัยเรียนจะได้เรียนฟรีจนจบ ป.ตรี ลดเวลาเรียนลง 3–4 ปี เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน คนไทยทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อตั้งตัว ให้กู้ทำทุน 10,000–100,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ


ส่วนผู้สูงอายุ จะดูแลด้วยบำนาญ 3,000 บาทต่อเดือน และโปรแกรม Upskill เพื่อให้ผู้สูงอายุสุขภาพแข็งแรงและกลับมาทำงานได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน


ด้าน พล.ท. ภราดร ยังกล่าวว่าถึง 4 นโยบายเร่งด่วนของพรรคไทยสร้างไทย ได้แก่ 1.ปิดจบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 2.ปิดจบสแกมเมอร์ 3.ปิดจบทุจริตคอร์รัปชัน และ 4.พิชิตความเหลื่อมล้ำกับพี่น้องประชาชน พร้อมกล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างการเมืองสีขาวกับการเมืองสีเทา จึงอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ และขอฝากพรรคไทยสร้างไทยด้วย


ชี้พรรคทุนหนา เลือกไปก็ถอนทุนกลับ เสนอตัวเป็นพรรคไม่โกง

...


เมื่อถามว่าตั้งเป้าหมาย สส.กี่เก้าอี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้สื่อมวลชนและประชาชนส่วนใหญ่ จะเล็งพรรคใหญ่ ทุนหนา มีบ้านใหญ่จำนวนมาก และตอนนี้เม็ดเงินที่เข้ามาสู่ระบบการเลือกตั้ง สส. 1 เขต 70-100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเทา แต่สำหรับพรรคไทยสร้างไทยที่ยืนอยู่วันนี้ อยากบอกประชาชนว่า หากเลือกแบบเดิมเลือกพรรคบ้านใหญ่ ทุนหนา ลงทุนเยอะแต่ละพรรคก็คงหมดเป็นหมื่นล้าน แล้วจะเลือกไปทำไมเลือกให้ไปถอนทุนกลับไปปล้นประชาชน และกลับมามีชีวิตที่ยากลำบากแบบเดิม วันนี้ พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอตัว และเป็นพรรคที่ไม่โกง มีประสบการณ์ บริหารงานสำเร็จมาแล้ว อดีตของแคนดิเดตทั้ง 2 คนเป็นเครื่องการันตี ทำได้จริงไม่ใช่วาทกรรม


“ตอนนี้หลายคนอาจจะมองพรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคเล็กแต่ถ้าประชาชนเห็นด้วยแล้วเลือกเข้ามามาก ๆ เราก็จะมีเสียงมากพอทำงานให้กับประชาชน และจะเข้าไปบริหารประเทศแน่นอน ขอให้เลือกให้มากพอไม่เกี่ยง เป็นพรรคเล็กแต่คิดใหญ่ทำเป็น และมั่นใจว่าทำงานสำเร็จ วันนี้ขอให้ได้มากที่สุดเท่าที่ประชาชนจะเมตตา”


เมื่อถามว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดหวังมากน้อยแค่ไหนเพราะเป็นการช่วงชิงระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าพรรคไทยสร้างไทยคาดหวังทุกที่และหวังว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับเรา ทำดีที่สุด แข่งกับตัวเอง


เตือนพรรคที่บอกไม่จับกับใคร ระวังเป็นแกงโฮะ


เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งจะจับมือกับใคร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่ยุคของการเมืองที่สู้กันระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย แต่เป็นการเมืองที่ต้องแข่งขันกันนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน วันนี้ยังมองไม่เห็นว่าพรรคที่บอกว่าไม่จับกับคนนั้นคนนี้ ที่สุดแล้วอาจเป็นแกงโฮะก็ได้ ขอดูหลังเลือกตั้งดีกว่า ว่ามีความจริงใจและสุจริตหรือไม่ แต่ระวังเป็นแกงโฮะนะ