“เจษฎ์” นำทีมพรรครักชาติลงพื้นที่หาเสียงตลาดศิริชัย เขตบางบอน ชูนโยบาย “ปราบตำรวจก่อนเป็นโจร” แก้ปัญหาส่วย-รีดไถ-เงินกู้นอกระบบ ชี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ชาวบ้านร้องเรียนหลายพื้นที่


วันที่ 4 มกราคม 2569 ทีมพรรครักชาติลงพื้นที่หาเสียงและสำรวจความต้องการประชาชนบริเวณตลาดสดศิริชัย แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร นำโดย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายปิ่น แจ้งชะไว ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 เบอร์ 9 รวมถึงทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อคนรุ่นใหม่ของพรรค ได้แก่ นายชนินทร์ ปิ่นทอง (ลำดับที่ 3) นายชัยพร จิรวินิจนันท์ (ลำดับที่ 4) นายณัฏฐกรณ์ ทวีรักษา (ลำดับที่ 5) และนายรัฐภูมิ วัลลิกุล (ลำดับที่ 9) โดยพรรคระบุการลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นย้ำจุดยืนการเมืองที่โปร่งใส และการปกป้องอธิปไตยของชาติ


ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ว่า หนึ่งในนโยบายหลักของพรรครักชาติคือ “การปราบตำรวจก่อนเป็นโจร” โดยย้ำว่า พรรคเข้าใจดีว่าตำรวจที่ดีมีจำนวนมาก แต่เราจำเป็นต้องจัดการกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และอิทธิพลมืดอย่างจริงจัง โดยหนึ่งในนโยบายที่เราให้ความสำคัญคือการปราบส่วยที่แม้ฝ่ายตำรวจจะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีอยู่จริง แต่พรรคก็ได้รับเสียงสะท้อนมาจากประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัญหานี้ยังมีอยู่ และในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เราพบข้อมูลร้องเรียนเรื่องระบบการรีดไถ ที่มีการเชื่อมโยงกับหลายฝ่าย ทั้งตำรวจและผู้มีอิทธิพล โดยบางกรณีมาในรูปแบบของบัตรคอนเสิร์ต หรือบัตรกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีมูลค่าสูง

...


นอกจากนี้ ดร.เจษฎ์ ยังกล่าวถึงปัญหาเงินกู้นอกระบบว่า ชาวบ้านได้สะท้อนว่ามีผู้มีอิทธิพล และมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง แม้ตำรวจอาจไม่ใช่ผู้ปล่อยกู้โดยตรง แต่จะมีผู้ปล่อยกู้ที่ชาวบ้านเรียกว่า “บัง” โดยพบเป็นการปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูง เช่น ให้กู้ 10,000 บาท ภายใน 40 วันต้องคืน 12,000 บาท และมีการคิดเพิ่มทุก 40 วัน เท่ากับปีหนึ่งจะโดนดอกเบี้ยร้อยละ 80 ซึ่งเป็นภาระดอกเบี้ยที่สูงมาก และผิดกฎหมาย ซึ่งพรรครักชาติจะต้องจัดการเรื่องนี้


ดร.เจษฎ์ ยังกล่าวถึงปัญหาสำคัญในพื้นที่คือปัญหาน้ำท่วมและแรงงานต่างด้าว โดยยอมรับว่าประเทศไทยมีการใช้แรงงานต่างด้าว แต่ยังมีความกังวลเรื่องแรงงานผิดกฎหมาย ทำงานโดยไม่อยู่ในระบบภาษี และมีการค้าขายหรืออยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะตำรวจ ซึ่งทางพรรคเองก็คงไม่อาจยืนยันในข้อเท็จจริง แต่เราก็ได้รับเสียงสะท้อนมาจากประชาชนในหลายพื้นที่


ดร.เจษฎ์ ยังย้ำอีกด้วยว่า นโยบายปราบตำรวจก่อนเป็นโจรต้องเร่งทำอย่างเร่งด่วนและจริงจัง โดยผู้สมัครของพรรครักชาติที่ลงพื้นที่ในทุกเขตจะรวบรวมเสียงสะท้อนจากประชาชนมาผลักดันเป็นนโยบายหลักของพรรค เพื่อนำไปดำเนินการอย่างจริงจังต่อไป พร้อมกล่าวยืนยันว่าจะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาให้ประชาชนรับรู้ ไม่ว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะมี สส. หรือไม่ เพราะมองว่านี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบชีวิตประชาชนและเป็นปัญหาของบ้านเมือง

ถามสหรัฐ “อยากได้สันติภาพ-รุกราน?”

รศ.ดร.เจษฎ์ ยังให้สัมภาษณ์สองภาษาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถึงกรณีสถานการณ์ร้อนล่าสุดที่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภรรยา แล้วนำตัวออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกาเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้ตั้งข้อสงสัยต่อท่าทีของสหรัฐอเมริกา หลังออกมาเรียกร้องให้ไทยหยุดยิง แสวงหาสันติภาพ เลิกแล้วต่อกัน อย่ามีการปะทะกันอีก และหันกลับมาพูดคุยทำความเข้าใจกัน ต่อกรณีการปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา


รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า ทั้งที่ในความเป็นจริง ความเป็นปฏิปักษ์นั้นยังมีอยู่จากฝั่งกัมพูชา และยังมีการรุกรานอย่างต่อเนื่อง โดยทำสงครามในลักษณะที่เรียกว่าสงครามลูกผสม มีทั้งการรุกรานทางกายภาพ การปลุกปั่นและการสร้างข่าวเท็จข่าวลวงนำเสนอไปทั่วโลก แต่สหรัฐอเมริกากลับบอกให้ “พวกคุณต้องหยุด” โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งไทย ทั้งที่ไทยไม่เคยเป็นคนเริ่มก่อน และสิ่งที่ไทยทำมาตลอดคือการป้องกันตัว


รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ในขณะเดียวกันหากเป็นกรณีสหรัฐอเมริกา หากมีใครกระทบกระทั่งหรือทำอะไรต่อสหรัฐอเมริกาแม้เพียงเล็กน้อย สหรัฐมักแสดงท่าทีแข็งกร้าวบอกว่าจะเอาให้ตายเลย พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตต่อเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาบุกข้ามแดนไปจับตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภรรยาถึงประเทศเวเนซุเอลา ทำให้ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่านโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ หรือนโยบายของสหรัฐอเมริกาคืออะไร พร้อมตั้งคำถาม “ตกลงสหรัฐอเมริกาต้องการสร้างสันติภาพในโลก หรือรุกรานคนไปทั่วโลก?”


รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า สหรัฐต้องบอกนโยบายให้ชัดเจนว่า หากต้องการให้ประเทศอย่างไทยให้ความร่วมมือกับสหรัฐ หรือสหรัฐอยากให้ความร่วมมือกับประเทศอย่างไทยนั้นคืออะไรกันแน่ โดยเฉพาะในเรื่องที่สหรัฐบอกว่าจะสร้างสันติภาพในแต่ละประเทศ สร้างสันติภาพในภูมิภาค และสร้างสันติภาพในโลก


หากสหรัฐยังไม่มีความชัดเจนแบบนี้ ความร่วมมือก็เกิดขึ้นยาก และสหรัฐยังไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะมาบอกประเทศนั้นทำแบบนี้ ประเทศนี้ทำแบบนั้น เพราะตัวอย่างที่ดี ย่อมมีค่ากว่าการที่พูดเฉย ๆ