“ดร.เอ้–คุณหญิงกัลยา” ลงพื้นที่บางพลัด–บางกอกน้อย รับฟังปัญหาพบปะประชาชน ชี้ต้องแก้น้ำท่วมแบบเบ็ดเสร็จ เตือนหากปล่อยไว้กรุงเทพฯ จมทะเล ดันนโยบายเรียนฟรีถึง ป.เอก–ปลดหนี้ กยศ.– ค่าไฟ 3 บาท
เมื่อ 07.00 น. วันที่ 4 ม.ค. 2569 ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ “ดร.เอ้” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรค ลงพื้นที่หาเสียงในเขตบางพลัด–บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังปัญหาในพื้นที่
จุดแรก คณะได้เดินทางไปยัง วัดบางพลัด เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนในชุมชนอย่างใกล้ชิด
จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดใหม่ยายแป้น เข้าพบ ศาสตราจารย์ ดร.พระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัด เพื่อหารือถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ส่งผลกระทบต่อวัดและชุมชนโดยรอบ เนื่องจากวัดตั้งอยู่ติดคลองบางกอกน้อย ทำให้น้ำเอ่อล้นและท่วมพื้นที่เป็นประจำทุกปี จนต้องแก้ไขปัญหาด้วยการยกพื้นโบสถ์ขึ้น เนื่องจากน้ำขังและการกัดเซาะใต้โครงสร้างโบสถ์มาเป็นเวลานาน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการแก้ปัญหาระบบน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่
...
ปิดท้ายด้วยการเดินทางไปยังตลาดวังหลัง เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน พร้อมแนะนำแนวนโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เข้ามาทักทาย พูดคุย และถ่ายภาพร่วมด้วยรอยยิ้ม
ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่หาเสียงว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมสอบถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาหลักของพื้นที่ที่อยู่ติดแม่น้ำและคลอง
ดร.เอ้ ระบุว่า หากวันนี้ประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะปัญหาน้ำทะเลหนุน ในอนาคตกรุงเทพมหานครมีความเสี่ยงจะจมทะเลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจากการลงพื้นที่วัดใหม่ยายแป้น ท่านเจ้าอาวาสได้พาเดินดูสภาพพื้นที่ พบว่ามีการยกโบสถ์สูงถึง 4 เมตรเพื่อหนีน้ำท่วม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหา และเป็นสิ่งที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถยกพื้นทั้งเมืองได้ จึงจำเป็นต้องแก้ที่ต้นตอด้วยการสร้างระบบป้องกันน้ำทะเลหนุนอย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ ดร.เอ้ ได้เชิญชวนประชาชนสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อให้พรรคมีจำนวน สส. มากพอในการผลักดันกฎหมายและนโยบายด้านการจัดการน้ำอย่างจริงจัง โดยย้ำว่า หากไม่เร่งแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ จะรุนแรงยิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ เช่น หาดใหญ่
นอกจากนี้ ดร.เอ้ ยังกล่าวถึงนโยบายที่ได้รับความสนใจจากประชาชน ได้แก่ นโยบายเรียนฟรีอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก โดยย้ำว่าไม่ใช่เพียงคำสัญญา เพราะตนเองเคยดำรงตำแหน่งประธานอธิการบดี และเข้าใจดีว่าเด็กไทยจำนวนมากมีความสามารถ แต่อยู่ในสภาวะขาดโอกาสทางการศึกษา
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ การปลดหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า มีรายได้น้อย ลูกหลานจำเป็นต้องกู้ยืมเพื่อเรียนหนังสือ และเมื่อจบการศึกษาแล้วต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยภาระหนี้สิน ทำให้ชีวิตติดลบตั้งแต่เริ่มต้น
สำหรับประเด็นค่าไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งมีประชาชนสอบถามถึงความเป็นไปได้ ดร.เอ้ ยืนยันว่าเป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริง ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน หรือแบตเตอรี่ พร้อมย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและพลังงานโดยตรง
ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบาย กองทุนประชาชน 20,000 บาท ที่ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถเข้าถึงได้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยและอาชีพอิสระให้มีเงินทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ รวมถึงนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าในกลุ่ม SME ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาขายสินค้าไปแล้วแต่ต้องรอรับเงินตามระบบเครดิตนานถึง 60 วัน พรรคไทยก้าวใหม่จึงเสนอให้รัฐสำรองจ่ายก่อน และค่อยไปตกเบิกภายหลัง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่อง สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ดร.เอ้ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่าหากประเทศไทยยังเลือกการเมืองแบบเดิม ประเทศก็จะยิ่งถดถอย ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องร่วมมือร่วมใจกัน สร้างการเมืองอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อร่วมกัน “ก้าวใหม่” ให้ประเทศไทยเข้มแข็งและเดินหน้าอย่างยั่งยืน