“ณัฐพงษ์” ไหว้ย่าโม ลอดประตูชุมพล เอาฤกษ์เอาชัย หวังได้กลับมาขอบคุณชาวโคราชอีกครั้ง ส่วน “ธนาธร” ลุยหาเสียงลำปาง วอนประชาชนให้โอกาส “สุวิภา” ยกผลงานแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้าน “เชตวัน-วิโรจน์” ลุยปทุมธานี ลั่นขออาสาปราบทุนเทา-สแกมเมอร์


วันที่ 2 มกราคม 2568 ในช่วงบ่าย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียงเพื่อช่วยผู้สมัคร สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน เดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม


โดยบรรยากาศท่ามกลางกลุ่มมวลชนรอต้อนรับที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประชาชนขอถ่ายรูปหนาแน่น พร้อมรับมอบตัวการ์ตูนดราก้อนบอล อาหาร ขนม และดอกไม้จากประชาชน จากนั้นนายณัฐพงษ์ ลอดประตูชุมพล ตามความเชื่อว่าหากใครได้ลอดประตูชุมพลแล้วจะได้กลับมาหรือมาอยู่ที่โคราชอีก ซึ่งเจ้าตัวหวังได้กลับมาขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวโคราชอีกครั้ง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม


ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ มีกำหนดเดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่น เพื่อขึ้นปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 ขอนแก่น ณ BirdGarden ในช่วงวันที่ 3 มกราคม 2569

...


“ธนาธร” ลุยลำปาง วอนประชาชนให้โอกาส “สุวิภา” ยกผลงานแก้ปัญหาน้ำท่วม


ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้ไปช่วย นางสาวสุวิภา กุศลจูง ผู้สมัคร สส. ลำปาง เขต 2 เบอร์ 2 หาเสียง

โดยเริ่มจากการเดินตลาดทักทายปราศรัยประชาชนที่ตลาดเช้าในอ.วังเหนือ โดยจากการพูดคุยกับประชาชน พบว่าปัญหาใหญ่ของลำปางคือเรื่องน้ำ ทั้งน้ำประปาขุ่น ไม่ไหล และน้ำเกษตรไม่เพียงพอ ซึ่งนายธนาธรยืนยันว่า น.ส.สุวิภา เป็นผู้สมัครที่ตอบโจทย์ชาวลำปางได้ดีแน่นอน เนื่องจากเป็นวิศวกรทีมงานคณะก้าวหน้า รับผิดชอบการปรับปรุงระบบประปาให้กับท้องถิ่นทั่วประเทศจนประสบความสำเร็จมาแล้วหลายแห่ง นอกจากนี้ น.ส.สุวิภายังเป็นผู้มีส่วนในการจัดทำนโยบายพัฒนาแหล่งน้ำเกษตรของพรรคประชาชน และการรับมือน้ำท่วมของ อบจ.ลำพูนอีกด้วย


“นโยบายของพรรคประชาชน คือการจัดสรรงบประมาณจัดการน้ำปีละ 60,000 ล้านบาท โดยเน้นจ้างงานและส่งเสริมเอกชนไทยให้พัฒนาเทคโนโลยีการจัดการน้ำของคนไทยเอง ส่วนเรื่องน้ำท่วม ขอให้ดูที่ลำพูนเป็นตัวอย่าง เราเข้าไปบริหารเพียงครึ่งปี ก็สามารถรับมือน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราส่งคุณมิวส์เข้าไปช่วยข้าราชการ อบจ. ยกระดับการเฝ้าระวังข้อมูลน้ำท่วม ทำให้สามารถเร่งระบายน้ำได้อย่างทันท่วงที” นายธนาธร กล่าว


หลังจากนั้น นายธนาธรได้ร่วมหาเสียงกับนายแพทย์บอนด์ สุริยะ ผู้สมัคร สส. เขต 4 เบอร์ 7 ซึ่งเป็นเขตเดิมที่พรรคประชาชนเคยชนะเลือกตั้ง แต่ต่อมา นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ สส. พรรคประชาชน ลำปาง เขต 4 ได้แต่งงานกับนายธนาธร โล่ห์สุนทร สส. พรรคเพื่อไทย ลำปาง เขต 2 และในการเลือกตั้งครั้งนี้ นางสาวรภัสสรณ์ลงเลือกตั้งในเขต 4 ในนามพรรคเพื่อไทย


“ต้องขออภัยพี่น้องลำปางเขต 4 ที่หมอบอนด์ ผู้สมัครของพรรคประชาชน เป็นคนมีความรู้ความสามารถ เป็นหมอ แต่ยอมมาทำงานการเมือง หวังจะได้ใช้ความรู้รับใช้พี่น้องประชาชน แต่มีเวลาหาเสียงน้อยมาก เพราะการยุบสภาเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนด และเขตนี้ สส. เดิมได้ย้ายพรรคอื่น ผู้สมัครใหม่จึงต้องเร่งทำงานพื้นที่ โดยเขต 4 ก็เป็นเขตใหญ่ พื้นที่กว้างมาก แต่เราก็จะใช้ทุกวันให้คุ้มค่า เดินไปเจอทุกท่านให้ได้มากที่สุด ขอให้พี่น้องประชาชนเห็นใจ และให้โอกาสหมอบอนด์ เบอร์ 2 ด้วยครับ” นายธนาธร กล่าว


ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ลำปางเป็นหนึ่งในจังหวัดที่พรรคก้าวไกลได้ สส. เขตเกือบยกจังหวัด ได้แก่เขต 1 เขต 3 และเขต 4 มีเพียงเขต 2 ที่ธนาธร โล่ห์สุนทร ทายาทบ้านใหญ่ลำปาง พรรคเพื่อไทย รักษาเก้าอี้ไว้ได้


“เชตวัน-วิโรจน์” ลุยปทุมธานี ลั่นขออาสาปราบทุนเทา-สแกมเมอร์


ส่วนที่ตลาดนานาเจริญ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายเชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี เขต 5 (คูคต-ลำสามแก้ว-หลักหก-บ้านใหม่) เบอร์ 3 พร้อมด้วย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงตลอดจนสวัสดีปีใหม่กับพ่อค้าแม่ขายและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย มีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยหลายคนอยากให้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ เพื่อทำให้นโยบายที่ได้หาเสียงไว้เกิดขึ้นจริง


นายเชตวัน กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย เพราะเมื่อประชาชนเลือกพรรคไหนชนะไปแล้ว การโหวตนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา จะไม่มีอำนาจของ สว.มาขัดขวาง นี่จะเป็นการเลือก สส. ที่ สส.ไปเลือกนายกรัฐมนตรีโดยที่ สว. ไม่เกี่ยวข้องเหมือนสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว ดังนั้น ถ้าพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีให้ความไว้วางใจเลือกตนเข้าไป เลือก สส.พรรคประชาชนอย่างท่วมท้น เราจะมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน อย่างแน่นอน


ด้าน นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนทำงานร่วมกับเชตวันมาตั้งแต่ครั้งเรายังเป็นพรรคอนาคตใหม่ ต่อมาก็ได้มาทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้นเมื่อนายเชตวันได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ซึ่งพวกเราก็ทำงานร่วมกันในกรรมาธิการการทหาร และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ซึ่งต้องบอกว่านายเชตวันเป็นคนที่มุ่งมั่นในการทำงานอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่กล้าชนกับปัญหา โดยครั้งนี้ตนเองเชื่อว่านายเชตวันจะเข้าไปช่วยกันสู้กับทุนเทา สแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเต็มที่