“กัณวีร์-อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียง อ.จะนะ จ.สงขลา ให้พรรคพลวัต ยกเป็นโมเดลเศรษฐกิจชุมชน ประกาศหากรัฐบาลไหนผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ไม่ทำตาม SEA จะคัดค้านเต็มที่
วันที่ 1 ม.ค. 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย พรรคพลวัต ลงพื้นที่บ้านนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อพบปะเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และกลุ่มเต่าไข่ ที่ทำผลิตภัณฑ์ปลาเส้น และรองเท้าไหมพรม ซึ่งเป็นตัวอย่างเศรษฐกิจชุมชน
นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า พรรคพลวัต มีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน จึงตั้งใจนำ นายอภิสิทธิ์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มาดูตัวอย่างเศรษฐกิจชุมชน ที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งได้ดูการสาธิตทำปลาเส้นของกลุ่มเต่าไข่ และการทำรองเท้าถักไหมพรม ที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้าน สร้างรายได้จนกลายเป็นอีกอาชีพหนึ่ง
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า จากการได้รับฟัง นายรุ่งเรือง ระหมันยะ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และภรรยาซึ่งเป็นแม่บ้านกลุ่มเต่าไข่ พิสูจน์ให้เห็นว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่พยายามสร้างอาชีพ สร้างรายได้ จากการทำงานสิ่งแวดล้อม ดูแลท้องทะเล ได้ผลผลิต มาเป็นปลาตากแห้ง และแปรรูปกลายเป็นปลาเส้น ซึ่งสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน และยังมีรองเท้าถักไหมพรม ที่ทดลองฝึกทำให้คนในหมู่บ้าน ตั้งแต่ช่วงต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ รวมถึงเวลาว่างช่วงโควิด ก็เริ่มผลิตขาย และได้นำไปขายที่โคลอมเบียด้วย
“ผลผลิตของชุมชนจะนะ เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งแวดล้อม และความคิดสร้างสรรค์ เมื่อต่อยอด และมีวิธีการขาย ก็สร้างรายได้ได้ และสามารถทำงานที่บ้าน สามารถมีชีวิตครอบครัว ดูแลคนในบ้านได้ง่าย ซึ่งทราบว่ามีรายได้อยู่ได้สบายมาก เมื่อก่อนต้องขายของที่ตลาด ก็ได้รายได้ที่แน่นอนกว่า ถือเป็นเศรษฐกิจชุมชนเล็กๆ ถ้าเราเอาจริงกับมัน จะประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น แต่ของบางอย่าง ต้องการความรู้ ต้องเอาความรู้ใหม่ๆ เช่นตู้อบอนามัยไว้สำหรับอบปลาแห้งมาทำปลาเส้นก็ต้องมีเทคโนโลยีมาช่วยตรงนี้”
...
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า จะนะถือเป็นโมเดลเศรษฐกิจชุมชน ที่ตนยอมรับว่าประหลาดใจมากที่เขาทำสำเร็จ ก็สามารถนำเทคโนโลยีมาเพิ่ม ทำให้ต้นทุนถูกลง เป็นอีกหนึ่งแนวทาง Design thinking เปิดทางความคิดใหม่อย่างที่เรามักจะพูดว่า เราอาจไม่เห็นปลาเป็นปลา แต่เห็นปลาเป็นอย่างอื่น ก็จะทำให้มีมูลค่าเพิ่มได้
นายกัณวีร์กล่าวว่า เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และพี่น้องจะนะ ถือเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นที่นี่มีประวัติศาสตร์ ปลาเส้น ปลาเค็มฝังทราย รองเท้า มีประวัติศาสตร์ของนักรบผ้าถุง ที่ไปต่อสู้หน้าทำเนียบรัฐบาล ถูกจารึกไว้ในรองเท้า ถือเป็นมูลค่า ทางด้านจิตใจ และเป็นประวัติศาสตร์ของชุมชน
นายรุ่งเรือง กล่าวด้วยว่า พวกเราต่อสู้ต่อต้านการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพราะอุตสาหกรรมพวกนั้นไม่ใช่แค่กลืนสินค้าพวกนี้ แต่กลืนทั้งจิตวิญญาณของคนที่นี่ด้วย อย่างนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ถ้าถมที่ตรงนี้ 20,000 ไร่ หาดใหญ่จะน้ำท่วมหนักกว่านี้ และปัญหาน้ำท่วมจะนะก็หนักมากในปีนี้ ถ้ามีนิคมอุตสาหกรรมจะนะตั้งอยู่ปลายน้ำ เมืองจะนะคงน้ำท่วมมิดหลังคา เพราะภัยพิบัติเชื่อมโยงไปหมด เป็นเรื่องเดียวกัน
“ตอนนี้พวกเราไม่ไว้วางใจ SEA ที่มีผลการศึกษามาแล้วว่าพื้นที่จะนะไม่เหมาะที่จะทำนิคมอุตสาหกรรม แม้เป็นยุทธศาสตร์ 15+1 ที่รวมพื้นที่สงขลาและปัตตานี แม้สภาพัฒน์ฯจะสรุปมาแล้วแต่จะไว้วางใจยังไม่ได้ เราไม่มั่นใจกับรัฐมนตรีใหม่ หากใครเป็นรัฐบาลก็อยากฝากเรื่องนี้ด้วย” นายรุ่งเรือง กล่าวย้ำ
นายกัณวีร์ กล่าวย้ำด้วยว่า พรรคพลวัต จะต่อต้านอย่างถึงที่สุดหากรัฐบาลใหม่ ไม่นำผลการศึกษา SEA มาเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่จะนะ เพราะต้องยอมรับในกลไกกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน หากไม่ยึดถือตรงนี้แล้วจะศึกษาไปทำไม
“ถ้ามีรัฐบาลไหนมาผลักดัน ผมจะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะมีกลไก SEA สามารถมีเหตุผลในการตัดสินใจ เมื่อบอกว่าจัดตั้งไม่ได้จะมีผลกระทบสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม การดำเนินชีวิตก็ต้องพิจารณาไปตามผลการศึกษา หากใครจะดันทุรังไม่ทำตาม เราจะต่อสู้ให้เต็มที่”
นายกัณวีร์ ยืนยันว่า พรรคพลวัต สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มาเป็นองค์ความรู้เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน และเชื่อมั่นว่า ถ้าชุมชนใช้ฐานทรัพยากรมาต่อยอดสร้างรายได้ได้จะเป็นรากฐานเศรษฐกิจสำคัญ เป็นพลวัตทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย