ส่องประวัติ “พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร” อดีตเลขาฯ สมช. นายทหารอาชีพและนักวิเคราะห์ความมั่นคง หลังตอบรับเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ในสนามเลือกตั้ง 2569


วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ออกแถลงการณ์ในนามพรรค ว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 แล้วนั้น ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำหนดการอย่างเป็นทางการในการจัดแถลงข่าวบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคไทยสร้างไทยมีการพูดคุยและเรียนเชิญด้วยวาจากับ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อขอเสนอชื่อเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ และพลโทภราดร ได้ตอบรับด้วยวาจาแล้ว ซึ่งจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติที่เป็นทางการของพรรคไทยสร้างไทยต่อไป ดังนั้น ภายใต้สถานการณ์ที่มีเวลาเป็นข้อจำกัดนี้ พรรคไทยสร้างไทย จึงขอเรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนให้ได้รับทราบในเบื้องต้นว่า พลโทภราดร จะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทย ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้

...

ประวัติ “พลโทภราดร พัฒนถาบุตร”

สำหรับประวัติของ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร หรือ เสธ.แมว เป็นนายทหารอาชีพและนักวิเคราะห์ความมั่นคงที่มีบทบาทสำคัญในสังคมไทยมายาวนาน โดยเป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวน 5 คน ของ พลโทกอบบุญ พัฒนถาบุตร และนางบัวทอง พัฒนถาบุตร 

จบการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 14 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 25 สังกัดเหล่าทหารปืนใหญ่ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 64 และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 39 รวมถึงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และระดับปริญญาโทอีก 2 ใบ คือ ศิลปศาสตร์ (การทหาร) โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

เส้นทางการรับราชการทหาร

สำหรับบทบาทใน สมช. พลโทภราดร เริ่มงานตั้งแต่ปี 2534 ในตำแหน่งนายทหารประสานภารกิจ ก่อนพัฒนาเส้นทางรับราชการจนขึ้นเป็นรองเลขาธิการ สมช. และในปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ สมช. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการบูรณาการแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือน รวมถึงพัฒนาระบบข่าวกรองและระบบบัญชาการเพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ ตลอดวาระดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. พลโทภราดร มีบทบาทเด่นในด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ทั้งในพื้นที่ความขัดแย้งภาคใต้ รวมถึงโครงการปรับโครงสร้างและยกระดับการบริหารงานของ สมช. ให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น แนวทางทำงานที่เน้นการประสานงานอย่างรอบด้านและมุมมองด้านความมั่นคงแบบสมัยใหม่ทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายความมั่นคงระดับประเทศ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกษียณ พลโทภราดร ยังคงเป็นบุคคลสาธารณะที่มีบทบาทผ่านการให้ความเห็น วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองและความมั่นคงในสื่อกระแสหลักและสื่อออนไลน์ ความรู้เชิงลึกจากงานด้านข่าวกรองและโครงสร้างอำนาจรัฐ ทำให้เขากลายเป็นเสียงสำคัญในการอธิบายพลวัตทางการเมือง ความขัดแย้ง และทิศทางความมั่นคงของไทยในอนาคต สะท้อนประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทั้งมิติทหาร ความมั่นคง และการบริหารรัฐสมัยใหม่

เข้าสู่การเมือง

พลโทภราดร เริ่มทำงานการเมืองโดยสังกัดพรรคเพื่อไทย ก่อนจะดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ประธานคณะอนุกรรมการด้านความมั่นคง พรรคเพื่อไทย เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ต่อมาร่วมจัดตั้งพรรคเป็นธรรม ก่อนจะแยกตัวมาร่วมก่อตั้งกลุ่มสวัสดีคนไทย 

จากนั้นวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เปิดตัวกับพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของพรรค และเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ได้สมัครสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ โดยพรรคยังประกาศให้เป็นบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 โดยจะนำองค์ความรู้จากประสบการณ์หลายทศวรรษมาปรับใช้ในการออกแบบนโยบายเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น ความมั่นคงดิจิทัล ภัยออนไลน์ ปัญหาชายแดน และระบบบริหารความเสี่ยงของรัฐ ล่าสุด พรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งรวมถึง พลโทภราดร ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นในบทบาทผู้นำด้านความมั่นคงและประสบการณ์ทางการเมืองของเขาในระดับชาติ

ทางด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ฝากถ้อยแถลงต้อนรับ พลโทภราดร ที่เตรียมเข้ามาเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า การดึงบุคลากรที่มีความรู้จริงและมีประสบการณ์สูงเข้ามาร่วมงาน ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ประเทศกำลังรอคอย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการแก้ปัญหารากฐานด้านโครงสร้างการเมือง สร้างระบบการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และไม่ปล่อยให้การคอร์รัปชันฝังลึกเหมือนที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกลไกของรัฐและสถาบันการเมือง

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุอีกว่า หากไม่จัดการปัญหาทุจริตอย่างเด็ดขาด ประเทศก็ไม่อาจเดินหน้าแก้วิกฤตเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน สำหรับการเสริมทีมด้านความมั่นคง พรรคไทยสร้างไทยได้ทาบทาม พลโทภราดร เข้ามารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง โดยพิจารณาจากประสบการณ์การทำงานในระดับยุทธศาสตร์ของประเทศตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความเข้าใจสถานการณ์ความมั่นคงทั้งภายในและระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้ง ทำให้เขาเป็นบุคคลที่เหมาะสมต่อภารกิจวางแนวทางความมั่นคงยุคใหม่ของพรรค

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดของพลโทภราดร สอดรับกับอุดมการณ์พรรคที่มุ่งสร้างการเมืองสุจริต ลดอิทธิพลกลุ่มผลประโยชน์ และยืนหยัดต่อสู้กับการทุจริตในทุกรูปแบบ พร้อมย้ำว่าหากประเทศไทยต้องการหลุดพ้นจากวิกฤต การเมืองต้องเริ่มต้นจากผู้ที่ซื่อสัตย์ เสียสละ และทำงานอย่างมีหลักการ การเข้ามาของ เสธ.แมว จึงเป็นการเสริมจิ๊กซอว์สำคัญเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง