“จาตุรนต์” ชี้ สสร. ตกไป ทำรัฐสภาถูกครหาได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่ออำนาจตนเอง หวั่นทำกระบวนการมีจุดอ่อน อาจไม่เป็นที่ยอมรับ ทำประชาชนรู้สึกไม่มีส่วนร่วม


วันที่ 14 พ.ย. 2568 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามที่ถกเถียงกันอยู่ในเรื่องการที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตกไป ตนฟังการถกเถียงคิดว่าประเด็นยังคลาดเคลื่อนกับข้อห่วงกังวลของผู้ที่อยากให้มี สสร.


การมี สสร.หรือไม่ เป็นเรื่องการจัดองค์กรในการร่างรัฐธรรมนูญว่าจะมีชั้นเดียวหรือสองชั้น การมี สสร.คือมีองค์กรเป็น 2 ชั้น ได้แก่ ชั้น สสร. และชั้นคณะกรรมาธิการยกร่าง กระบวนการที่จะเกิดขึ้นคือเมื่อคณะกรรมาธิการยกร่างขึ้นมาแล้วก็มาให้ สสร.พิจารณาปรับปรุง แก้ไข และตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่ ก่อนส่งให้รัฐสภาพิจารณา ซึ่งรัฐสภาอาจจะเสนอความเห็นให้ สสร.กลับไปแก้ไขปรับปรุงแล้วส่งกลับมาให้รัฐสภาเห็นชอบก่อนส่งไปทำประชามติ


การมี สสร. สามารถทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญได้มากกว่าไม่มี และ สสร. ยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาว่ารัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเอง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่เคยเกิดมาแล้วเมื่อรัฐสภาเป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญเอง


การจัดองค์กรชั้นเดียว คือไม่มี สสร. แต่มีคณะกรรมาธิการยกร่าง ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขปรับปรุง ตลอดจนตัดสินใจเห็นชอบร่างดังกล่าวเพื่อส่งรัฐสภา ในกรณีที่ไม่มี สสร. มากรองก่อนเช่นนี้ อาจมีการเสนอให้รัฐสภาพิจารณาโดยละเอียด เช่น ให้รัฐสภาพิจารณาแก้ไขปรับปรุงตามที่รัฐสภาเห็นสมควรก็ได้ ซึ่งนอกจากรัฐสภาจะต้องใช้เวลามากแล้ว ถึงขั้นนั้นรัฐสภาก็อาจจะถูกครหาได้ว่ากำลังทำเพื่ออำนาจของตนเองหรือไม่

...


สสร. เป็นองค์กรที่ประชาชนมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างโดยไม่มี สสร. อาจทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการร่างรัฐธรรมนูญขาดกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการกำหนดหรือตัดสินใจอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ส่วนข้อถกเถียงที่ว่าเมื่อ สสร.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำให้ “ไม่มีประโยชน์ที่จะมี สสร.” นั้น ไม่เป็นเหตุเป็นผล เพราะเมื่อมาใช้คณะกรรมาธิการร่างอย่างเดียว คณะกรรมาธิการร่างก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นกัน แต่ประโยชน์ของการมี สสร.ไม่ได้อยู่ที่การมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น เช่น สสร. ในปี 2539-2540 ก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นกัน

“ผมจึงยังเห็นว่าการไม่มี สสร. ทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญมีจุดอ่อนได้มากกว่า”