เพื่อไทย เรียกร้อง “รัฐบาลอนุทิน” เร่งปราบอาชญากรรมออนไลน์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์–สแกมเมอร์ให้เห็นผล รับเสียดาย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ลาออก เชื่อยังผูกพันพรรค พร้อมเปิดพื้นที่พูดคุยหาทางออกร่วมกัน
วันที่ 19 ตุลาคม 2568 นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวประจำสัปดาห์ที่พรรคเพื่อไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการอย่างจริงจังต่อกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเครือข่ายการพนันออนไลน์ ซึ่งยังคงสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง รัฐบาลต้องเร่งแสดงผลงานจับจริงปราบจริง ไม่ใช่เพียงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้เป็นข่าว หวังคะแนนนิยม แต่กลับเงียบหายไร้ผลงาน
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยติดตามความคืบหน้าการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง พบว่ายังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาจึงได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน 7 ประการ ซึ่งเป็นการสานงานต่อจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เคยทำอย่างมีประสิทธิภาพมาแล้ว จนกระทั่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์เริ่มกลับมาอีกครั้งหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาล
“ในส่วนของคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ท่านนายกฯ (อนุทิน ชาญวีรกูล) ได้ตั้งขึ้นมาใหม่นั้น ทางพรรคเพื่อไทยหวังที่จะได้เห็นการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการร่วมมือกันจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่าการตั้งขึ้นมาเพื่อภาพลักษณ์ในทางการเมืองเท่านั้น เพราะต้องอย่าลืมว่าการหลอกลวงและอาชญากรรมออนไลน์ที่มีศูนย์กลางในประเทศเพื่อนบ้านของเรานี้เป็นปัญหาที่นานาประเทศให้ความสนใจ มีความละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะศูนย์กลางความร่วมมือปราบปรามในระดับภูมิภาค ซึ่งเราจะติดตามการทำงานของรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง”
...
สำหรับกรณีที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานรัฐสภา ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค นายดนุพร กล่าวว่า รู้สึกเสียดายต่อการตัดสินใจของนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นบุคลากรทางการเมืองที่พรรคให้ความเคารพมาโดยตลอด และมีคุณูปการสำคัญต่อพรรคเพื่อไทยในหลายช่วงเวลา “ผมเชื่อว่าท่านสมพงษ์ยังคงมีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิง เพราะท่านเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานความเป็นครอบครัวของพรรค สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าพรรคจำเป็นต้องรับฟังเสียงของทุกฝ่ายให้มากขึ้น และหาพื้นที่กลางสำหรับพูดคุยกันอย่างจริงใจ”
จากนั้นเผยต่อไปว่า พรรคเพื่อไทยรับทราบถึงความเห็นต่างภายในพรรค และมองว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีคนหลากหลายความคิด แต่สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการความเห็นเหล่านั้นให้อยู่บนพื้นฐานของการเคารพ และการมีเป้าหมายร่วมกัน ไม่มีพรรคไหนที่ไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำคือไม่ปิดกั้นเสียงสะท้อนจากสมาชิก เราพร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนล้วนต้องการให้พรรคแข็งแรงและก้าวไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน
ขณะที่ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ระบบแบ่งเขต ที่มีการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น นายดนุพร เผยว่า หลังจากนี้จะมีการเปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนครบทั้งหมด 400 เขต ซึ่งเวลานี้พรรคเพื่อไทยยังเปิดรับผู้ร่วมอุดมการณ์ที่จะเข้ามาทำงานการเมืองร่วมกัน โดยยังสามารถส่งใบแนะนำตัวเข้ามาได้ที่พรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจการทำงานทางการเมือง การออกแบบนโยบายสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน สามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้กับบุคลากรในส่วนต่างๆ ของพรรคได้ โดยจัดเป็นโครงการ Young Professionals Program หรือ YPP รุ่นที่ 2 ซึ่งยังเปิดรับสมัครผู้มีอายุ 21-40 ปี ไม่จำกัดภูมิลำเนา โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2568