“นายกฯ อนุทิน” ยันเป็นอำนาจ ครม. จะพิจารณายกเลิก MOU 43-44 รอผลศึกษาจาก กมธ. ก่อนให้ “อ.บวรศักดิ์” สรุปผล ย้ำต้องพิจารณาถี่ถ้วน ลั่น รัฐบาลนี้ไม่มีวันทำให้ไทยเสียเปรียบ
วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมามีบรรดารัฐมนตรี แกนนำพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคภูมิใจไทย และแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาล เดินทางเข้ามา นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
รวมไปถึง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมบิดาคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง 3 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี, นายสันติ ปิยะทัต เพื่อประชุมพรรคประจำสัปดาห์ พร้อมทั้งประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนที่ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ โดยมีวาระเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..)
...
ในช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดทำประชามติเพื่อยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) พ.ศ. 2543 และ พ.ศ. 2544 ระหว่างไทยและกัมพูชา ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังรอผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะเป็นผู้รวบรวมและสรุปผล พร้อมยืนยันว่าท้ายที่สุดแล้วคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยกเลิก MOU ดังกล่าวหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากข้อมูลที่รวบรวมมาอย่างรอบด้านที่สุด
เมื่อถามถึงข้อถกเถียงว่าไทยสามารถยกเลิก MOU เพียงฝ่ายเดียวได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ต้องพิจารณาถึงผลดีผลเสียอย่างถี่ถ้วน สิ่งที่ยืนยันได้คือ สำหรับรัฐบาลนี้ไม่มีวันที่จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ผมได้ให้หลักการแบบนี้ไป เพราะมีคนทำงาน มีคนเจรจา และมีคนศึกษาอยู่ สุดท้ายแล้วค่อยมาตัดสินใจ” นายกรัฐมนตรียังย้ำด้วยว่า การดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา รวมถึงการเดินหน้าทำประชามติตามกระบวนการ โดยผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน ก็จะถูกส่งมาให้ ครม. พิจารณาเช่นกัน.