“สรวงศ์” ยืนยัน “เพื่อไทย” ไม่เปลี่ยนใจร่วมสังฆกรรมกับ“พรรคประชาชน” ลั่นขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ มีจุดยืนแน่วแน่เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ


วันที่ 21 ก.ย.2568 ที่วัดตาพระยา จ.สระแก้ว นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เขต 3 เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมติพรรคเพื่อไทยที่ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชน ส่งผลให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธาน สส.พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาเคลื่อนไหวว่ายังพร้อมเปิดรับ หากเปลี่ยนใจ โดยนายสรวงศ์ ยืนยันว่า จริงๆแล้วไม่ได้มีอะไร นายปกรณ์วุฒิเสนอมาเองว่า การอภิปรายนโยบายยังมีโควตาของพรรคเพื่อไทย 9 ที่ ซึ่งตนได้นำข้อมูลเข้าที่ประชุมพรรค ไม่ใช่ความเห็นของตนคนเดียว แต่เป็นมติของพรรคเพื่อไทยพอมติเป็นแบบนี้ ตนจึงต้องออกมาสื่อสารให้กับประชาชนได้รับทราบ

เป็นฝ่ายค้านแต่ไม่ทำงานกับปชน.

นายสรวงศ์ ย้ำว่า เมื่อเป็นมติพรรคแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนใจ “ เราจะทำงานในฐานะฝ่ายค้าน แต่จะไม่ร่วมทำงานกับพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ” นายสรวงศ์กล่าวและว่า

ส่วนกรณีที่นายปกรณ์วุฒิ ชี้แนะถึงผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ให้วางอัตตาลง การทำงานในสภาในเวลาที่เหลือจะเป็นประโยชน์กว่านี้ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อาจเป็นความเห็นของคุณปกรณ์วุฒิ ตนเคารพความเห็นของทุกท่าน แต่ขอบอกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความเห็นของผู้ใหญ่ แต่เป็นความเห็นของสมาชิกพรรค สส.ในพรรค ก็ต้องยืนตามมติ

ชี้ ปชน.ยกมือให้คนขวางแก้รธน.

ขณะเดียวกันในแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยระบุทำนองว่าไม่ไว้วางใจการทำงานฝ่ายค้านของพรรคประชาชน ประเด็นนี้นายสรวงศ์ สื่อสารเพิ่มเติมว่า จุดยืนของพวกเราในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามีร่วมกันมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะการโหวตนายกรัฐมนตรีต่างๆที่ผ่านมา แต่ในเมื่อมันไม่สำเร็จ ในฐานะพรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจและมีจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับกันตรงข้ามด้วยซ้ำ ในสิ่งที่พรรคประชาชนไปยกมือให้กับพรรคที่ทุกคนก็รู้ว่ามีการขัดขวางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้พวกเราจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่

...

ลั่นขอเป็นฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ

นายสรวงศ์ ยืนยันด้วยว่า การทำงานของพรรคเพื่อไทยคือการเป็นฝ่ายค้าน ต้องทำงานอย่างเข้มข้นในการตรวจสอบ ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่การจะเข้าไปร่วมเป็นวิป มันก็เหมือนกับการที่เราเข้าไปอยู่ในกระบวนการที่ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นจึงขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เราขอเป็นฝ่ายค้านและทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มรูปแบบ

ส่วนกระแสบางส่วนที่แซวว่า “ฝ่ายแค้น” หรือ “งอแง” นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้โซเชียลเปิดกว้างเรื่องการแสดงความคิดเห็น คนที่ต่อว่า คนที่ไม่ชอบก็สามารถจะพูดได้เต็มที่ ตนเองก็โดนเหมือนกัน ยืนยันว่าไม่ได้งอแงอะไร เพราะไม่รู้จะไปงอแงเรื่องอะไร อีกทั้งเรามีฐานเสียงของพี่น้องประชาชนและ สส.ต้องรับฟัง