"สมศักดิ์" ขออย่าเอาตัวเองไปชี้วัดอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่อยู่ที่ผลเลือกตั้ง แจงที่ไม่ได้มาประชุมสัปดาห์ก่อนเพราะติดงาน ยันเลือกตั้งครั้งหน้ายังอยู่กับ "เพื่อไทย"
วันที่ 2 ก.ย. 68 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตที่จับตา นายสมศักดิ์ จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ไปต่อหรือไม่ หรืออยู่ฝั่งไหนฝั่งนั้นก็เป็นรัฐบาล ตนเองเข้าใจว่าต้องดูจากการเลือกตั้งมากกว่าไม่ใช่ระหว่างทาง โดยในวาระหนึ่ง 4 ปี มีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างนั้น คงเอามาคิดไม่ได้ และคงไม่เกี่ยวข้องกัน
นายสมศักดิ์ ยังชี้แจงถึงการลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า เนื่องจากตนเองติดภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปิดงานการตรวจสุขภาพให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัด (อสส.) ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกำหนดการล่วงหน้าไว้อยู่แล้ว ทำให้ไม่ได้มาร่วมประชุม พร้อมยืนยันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องการเมือง และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวถาม นายสมศักดิ์ ต่อว่า จากประวัติของนายสมศักดิ์ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มันเป็นจังหวะพอดีไม่ได้คิดอะไรมาก การเมืองไทยมันมีอุบัติเหตุทางการเมืองอยู่เสมอ มียุบพรรคบ้างอะไรบ้าง แต่เรื่องการปรับย้ายพรรคมันเกิดจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่สาเหตุที่ตนเองจะไปเลือกว่าตรงโน้นจะเป็นรัฐบาลหรือตรงนี้จะเป็นรัฐบาล มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่เป็นช่วงจังหวะพอดีที่มีเหตุการณ์ทางการเมือง เช่น ยุบพรรคหรือการตัดสิทธิ์ทางการเมือง
ดังนั้น อย่าไปคิดว่าตนไปไหนต้องเป็น เพราะตนไม่ได้คิดแบบนั้น ตนคิดแค่ว่าทำอย่างไร เช่นวันนี้หากฝนตกน้ำท่วม โดยเฉพาะลุ่มน้ำที่ไม่มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ถ้าน้ำท่วมภาคเหนือสุดท้ายก็จะท่วมกรุงเทพมหานครด้วย บางปีใช้งบประมาณแก้เรื่องนี้เป็นแสนล้านบาท ทำไมเราไม่คิดทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นระบบทางวิศวกรรมที่สามารถทำได้ เพียงแต่ว่าตนก็โชคไม่ดีทางการเมือง ถ้าเราไม่ได้ดูงานตรงนี้ มันก็จะไม่ได้แก้ปัญหาให้กับประเทศ
...
ส่วนการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยใครได้เปรียบกว่ากัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะมองดูแล้วถึงอย่างไรก็คงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน อย่าไปคิดอะไรมากมาย ไม่ต้องไปคิดเสียเวลากับสิ่งต่างๆตรงนี้ เพียงแต่ในช่วงระยะเวลาที่เราดำรงตำแหน่งอยู่ เราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ และเป็นธรรมกับระบบการบริหารจัดการให้ดีที่สุด