เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ “นายกฯ รักษาการ” ไม่มีอำนาจยุบสภา แนะคิดให้รอบคอบ ว่าอันไหนควรทำไม่ควรทำ ย้ำ ครม. รักษาการอำนาจยังเต็มเหมือนเดิม
วันที่ 29 ส.ค. 2568 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงอำนาจของรักษาการนายกรัฐมนตรี สามารถยุบสภาได้หรือไม่ ว่า อย่างที่ตนเคยเผยแพร่ไปว่าเป็นอำนาจเฉพาะตัวตามหลักความไว้วางใจของนายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภา “โดยความเห็นส่วนตัว ผมเห็นว่าทำไม่ได้ อันนี้ตามตำราว่ามา”
และเมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลประกาศยุบสภาจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกา ระบุว่า ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบดุลยพินิจของรัฐบาลที่จะพิจารณา แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า มันมีทั้งทำได้และทำไม่ได้อันไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งอันนี้ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ อย่าให้ไปกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลบาท เพราะพระองค์ท่านไม่ทรงเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งนี่เป็นหลักทั่วไปอยู่แล้ว เวลาจะทำอะไรคนที่เสนอขึ้นไปจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
ส่วนการเรียกตำแหน่งรัฐมนตรี จะต้องมีคำว่ารักษาการด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังใช้ปกติอยู่เหมือนเดิม เราน่าจะคุ้นกันแล้วเพราะเป็นแบบนี้กันมาหลายครั้ง
ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย เมื่อ ครม. สิ้นสุดลงทางคณะวันนี้ก็คงจะมีการประชุมกันเพื่อตั้งรักษาการนายกฯ
ขณะเดียวกัน นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า ขออธิบายให้ชัด ครม. รักษาการตอนนี้ เนื่องจากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุด เป็นการเฉพาะตัว ครม. จึงต้องพ้นจากตำแหน่งทางคณะ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ ครม. อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งกรณีนี้ต่างจากกรณีการยุบสภาหรือสภาสิ้นอายุลง ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ หากเป็นช่วงเวลานั้น ครม. รักษาการ จะทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ 3-4 ประการ แต่จะต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน
...
แต่ ครม. ชุดปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น อำนาจยังเต็มเหมือนปกติ ตนจึงขอให้เข้าใจตรงกัน ของกะว่าไม่อยากให้พูดกันไปคนละทางสองทาง เพราะฉะนั้นประชาชนจะสับสน