“โรม” ยังลุ้นสภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญยกเลิก MOU 2543-2544 ชี้ ควรศึกษายกเลิกอย่างรอบคอบ เผย มีโยงสัมปทานต่างชาติ ขอเร่งตั้ง กมธ. ยุติเรื่องผลประโยชน์
วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสที่สภาผู้แทนราษฎรจะบรรจุญัตติด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกเลิก MOU 43-MOU 44 ในสัปดาห์นี้ว่า ตนยังลุ้นอยู่ ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็มีการหารือกันว่า หากต้องเลื่อนวาระการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ก็จะต้องพิจารณาร่วมกัน พร้อมระบุว่าการตั้งคณะกรรมาธิการไม่ได้มีปัญหาอะไรสามารถทำได้ และถือว่าจะเป็นการศึกษาอย่างรอบคอบ เพราะมีความกังวลและข้อเป็นห่วงจากสังคม
“วันนี้ประชาชนที่ต้องการให้ทบทวน ยกเลิก MOU ต้องว่าเขามีเจตนาดี เป็นห่วงผลประโยชน์ชาติ ในฐานะสภาฯ ต้องนำมาพิจารณาข้อดีข้อเสีย ทุกอย่างควรราบรื่น วันนี้ควรเป็นวันที่พิจารณาด้วยซ้ำ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายรัฐบาลเร่งปิดสภาฯ แบบนั้น”
ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นใน MOU จนส่งผลกระทบถึงการพิจารณานั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ทั้ง 2 ฉบับแตกต่างกัน เพราะ MOU 2543 ไม่มีการผูกสัมปทาน แต่ MOU 2544 เป็นข้อเท็จจริงที่ว่ามีการผูกสัมปทาน มีบริษัทข้ามชาติอยู่เบื้องหลัง จึงต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียด ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หากไม่เร่งดำเนินการตั้ง กมธ. มองว่าจะไม่เป็นผลดีนัก ส่วนจะมีผู้ใดได้ผลประโยชน์บ้างนั้น ก็ต้องให้คณะกรรมาธิการได้ศึกษา.