“จิรายุ” สวน โฆษกกลาโหมกัมพูชา อย่ามากอม บาวก์ “កុំបោក” หยุดโกหกบิดเบือน หลังอ้างไม่มีการโจมตีพลเรือนไทย ทั้งที่หลักฐานชัดเป็นที่ประจักษ์ ซัด เป็นพฤติกรรมอาชญากรรมสงครามที่ไร้มนุษยชน


วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวหาฝ่ายไทยว่าใช้อาวุธและเครื่องบินขับไล่ F-16 โจมตีเป้าหมาย 8 แห่งในกัมพูชา รวมถึงพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และชุมชนพลเรือน ว่า กองทัพกัมพูชากำลังบิดเบือนความจริงด้วยการโกหก “កុំបោក” (กอม บาวก์) อย่างไร้ยางอาย

นายจิรายุ ระบุต่อไปว่า เพราะกัมพูชาจำนนด้วยพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งผู้สื่อข่าวนานาชาติรายงานตรงกันว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายที่ละเมิดอธิปไตยไทย เปิดฉากใช้อาวุธโจมตีทหารไทย และใช้อาวุธร้ายแรงอย่างปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้องถล่มประเทศไทยลึกเข้ามามากกว่า 30 กิโลเมตร ถูกโรงพยาบาลและบ้านเรือนของประชาชนในเขตชายแดน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เป็นพฤติกรรมของอาชญากรรมสงครามที่ไร้มนุษยชนเกินกว่าโลกจะรับได้

ทั้งนี้ คำกล่าวอ้างของกัมพูชาเต็มไปด้วย การโกหก “កុំបោក” อ้างไม่มีการโจมตีพลเรือนไทย ขณะที่มีหลักฐานชัดเจนจากสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ รายงานตรงกันว่ากัมพูชาคือฝ่ายที่ยิงเข้าใส่ชุมชนและโรงพยาบาลในเขตไทย มีภาพและคลิปวิดีโอจำนวนมากที่ยืนยันเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเป็นที่ประจักษ์

ขณะที่การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในช่วงบ่ายวานนี้ (24 กรกฎาคม 2568) รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนซึ่งมีพลเรือนรวมอยู่ด้วย สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ามีพลเรือนตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจน คำกล่าวอ้างของโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาที่ปฏิเสธไม่เคยโจมตีพลเรือนไทย ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและมีพฤติกรรมกระหายสงคราม อีกทั้งพยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบจากการก่อเหตุที่รุนแรงต่อพลเรือนไทยอย่างไร้มนุษยธรรมในครั้งนี้

...

“ขอย้ำว่า การโจมตีประชาชนพลเรือนในเขตแดนไทยถือเป็นการละเมิดอธิปไตย และหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง คำพูดที่บิดเบือนความเป็นจริง เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของตัวเอง ปัจจุบันหมดความน่าเชื่อถือแล้ว เชื่อว่านานาประเทศทั่วโลกจะเชื่อข้อเท็จจริง มากกว่าการโฆษณาหลอกตัวเองที่คิดเอง เชื่อเอง ของกองทัพกัมพูชาและผู้นำกัมพูชา ขออย่ามากอม บาวก์ (อย่าโกหก)”