“มงคล” บึ่งรถกลับบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุปะทะไทย-กัมพูชา จวกกัมพูชาไร้มนุษยธรรม ยิง รพ. บ้านเรือนประชาชน ยัน วุฒิสภาร่วมทุกข์ร่วมสุขพี่น้องประชาชน ขอเป็นแนวหลังที่แข็งแกร่ง หนุนแนวหน้าสุดชีวิต
วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ภาพการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเขียนระบุว่า เมื่อวานตนได้รับโทรศัพท์แต่เช้าว่า ที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีเขตแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา มีเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ มีวัวถูกระเบิดจากกระสุนปืนใหญ่ตาย อันเนื่องจากเหตุทหารกัมพูชาผู้รุกราน ยิงปืนใหญ่ไม่เลือกว่าเป้าหมายทางทหารหรือพลเรือน แม้แต่โรงพยาบาลก็ไม่เว้น เป็นการกระทำอย่างไร้มนุษยธรรม
นายมงคล ระบุต่อไปว่า ตนเองบึ่งรถจากกรุงเทพฯ กลับบ้าน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของวุฒิสภา ร่วมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการระดมความช่วยเหลือประชาชนที่ต้องหลบภัยจากการสู้รบมายังที่ที่ปลอดภัย ความประทับใจที่ได้พบคือการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยมายังพื้นที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ ไม่สับสน การนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลอย่างดีจนปลอดภัย
...
“การระดมความช่วยเหลือของประชาชนแต่ละตำบล หมู่บ้าน ได้แบ่งปันเสื่อสาดที่นอนหมอนมุ้ง เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ยานพาหนะ และน้ำดื่ม รวมทั้งของใช้ที่จำเป็นอย่างมากมายมาช่วยเหลือกันที่สนามช้าง ซึ่งท่านเจ้าของสถานที่ได้จัดไว้รองรับอย่างพอเพียง ชมรมร้านอาหารได้ยกเครื่องมือเครื่องใช้มาทำอาหารคาว หวาน เลี้ยงดูผู้ประสบภัยอย่างมากมายเกินกว่าความพอเพียง แพทย์พยาบาลคอยดูแล 24 ชั่วโมง นอกจากนั้น ยังได้เปิดศูนย์ฟื้นฟูที่เพิ่งสร้างเสร็จให้เป็นที่รองรับเด็ก คนชรา คนพิการอีกเป็นจำนวนมาก ผมได้รับความกรุณาจากท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์พาไปเดินตรวจเยี่ยมให้กำลังใจจนค่ำ”
ประธานวุฒิสภา เผยอีกว่า ภาพในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของแนวหลังที่แข็งแกร่ง มีการเตรียมความพร้อมในการพิทักษ์พื้นที่เขตหลังของฝ่ายปกครองและตำรวจ รวมทั้งผู้นำชุมชนและความร่วมมือของภาคเอกชน ที่จะหนุนช่วยเป็นกำลังเสริมให้แก่ทหารในแนวหน้า นี่คือความรักความสามัคคีของประชาชนคนไทยทุกคน ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้แก่ทหารที่ปฏิบัติการปกป้องอธิปไตยของไทยในแนวหน้า ขอทำหน้าที่เป็นตัวแทนวุฒิสภาไทยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนเป็นแนวหลังที่แข็งแกร่งพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติการของแนวหน้าอย่างสุดชีวิต
ต่อมา นายมงคล ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตนได้รับโทรศัพท์จากคนในพื้นที่ว่ามีเหตุการณ์ปะทะกัน มีคนได้รับบาดเจ็บ จึงรีบกลับไปเยี่ยมเยียน เห็นว่าสิ่งที่น่าประทับใจคือระบบการแจ้งเตือนภัยและระบบการอพยพดี รวมถึงได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี เห็นแล้วน้ำตาซึม ขณะที่นายเนวิน ชิดชอบ เจ้าของสนามช้างอารีนา บุรีรัมย์ ได้เปิดสนามเป็นที่อพยพให้กับประชาชน มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ อพยพคนมาในพื้นที่ปลอดภัยทั้งหมดแล้ว ตนก็ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน ได้เห็นภาพน่าประทับใจที่ประชาชนในจังหวัดร่วมแบ่งปันเครื่องนอนให้กับผู้อพยพ โดยในวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ตนจะทำข้าวกล่อง 1,000 กล่อง ไปร่วมแจกชาวบ้านที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่าสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ปลอดภัย เพราะอพยพคนมาในที่ปลอดภัยหมดแล้ว ส่วนกำลังในการพิทักษ์พื้นที่เขตหลังก็เข้าดูแลพื้นที่ให้กับประชาชน รวมถึงพิทักษ์การแทรกซึมของฝั่งตรงข้ามด้วย
“ในส่วนของ สว. มีกรรมาธิการการทหารฯ ได้ประชุมและออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชาที่ผิดกฎนานาชาติ เพราะการสู้รบควรจะเป็นทหารกับทหาร ไม่ควรกระทำกับพลเรือน แต่กลับยิงเข้ามาในพื้นที่พลเรือนทั้งสิ้น ซึ่งผิดหลักมนุษยธรรม และผิดกฎบัตรสหประชาชาติ จึงได้ออกแถลงการณ์ประณามไปแล้ว และวันที่ 26 กรกฎาคม จะเป็นวันหยุด ผมได้กำชับให้ สว. ลงพื้นที่ของตัวเองไปก่อน ขณะเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และ สว. จะระดมทุน หากทำอะไรได้ เช่น บริจาคโลหิต ก็พร้อมที่จะร่วมมืออย่างเต็มที่”