“เดชอิศม์” โวยกลางวง ครม. งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน กระจุกไม่กระจาย เน้นลงพื้นที่ฐานเสียงภูมิใจไทย จี้ เกลี่ยงบท้องถิ่นใหม่ ด้าน “สส.แนน” สวน อะไรๆ ก็พรรคสีน้ำเงิน ใครเป็นฝ่ายแค้นกันแน่
วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการขอหารือการใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทของท้องถิ่น ซึ่งยังมีส่วนที่เหลืออีกกว่า 4 หมื่นล้านบาท ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (15 กรกฎาคม 2568) ว่า งบประมาณในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่ามีการกระจุก บางพื้นที่เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขนาดเล็ก ได้งบประมาณถึง 60-70 ล้านบาท แต่บางพื้นที่กลับไม่มีการจัดส่งงบประมาณลงไป ตนจึงท้วงติงว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องกระจายอย่างทั่วถึงเหมือนกันทุกพื้นที่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ายังไม่ผ่าน เนื่องจากยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณลงไป
นายเดชอิศม์ ระบุ ตนจึงถามต่อว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ได้หรือไม่ เนื่องจากช่วงนั้นเทศบาลต่างๆ เพิ่งได้รับการเลือกมา ยังไม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้เขาเสียโอกาส ซึ่งทางที่ประชุม ครม. ได้ให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปตรวจดูว่าสามารถเกลี่ยงบประมาณไปยังพื้นที่ใดบ้าง ก่อนยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ใดได้งบประมาณดังกล่าว ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการประชุมภายใน 1-2 วันนี้ว่าจะให้คำตอบอย่างไรได้บ้าง
...
ขณะเดียวกัน นายเดชอิศม์ ยังกล่าวด้วยว่า พื้นที่ที่มีการกระจุกของงบประมาณ อย่างพื้นที่ จ.กระบี่ จ.สตูล จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายเดชอิศม์ ยอมรับว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น กระจุกตัวจนดูน่าเกลียด
ภูมิใจไทย สวน อะไรๆ ก็พรรคสีน้ำเงิน
ต่อมาเวลา 10.00 น. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวตอบโต้ นายเดชอิศม์ ว่า ขอถามกลับไปยังรัฐมนตรีที่ออกมาพูดถึงงบฯ นี้ที่มีการกล่าวอ้างถึงการได้รับการจัดสรรงบประมาณที่กระจุกตัวในบางท้องที่ โดยยกตัวอย่างจังหวัดระบุถึงพรรคสีน้ำเงิน หลังๆ ไม่รู้เป็นอะไร นอนไม่หลับก็คิดถึงพรรคสีน้ำเงิน กินข้าวไม่ได้ก็พรรคสีน้ำเงิน เราเหมือนเป็นเป้าโจมตี แต่ต้องถามกลับคืนไปว่าท่านคือหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ท่านเห็นอยู่แล้วว่าในงบประมาณทั้งหมด ขณะนี้หน่วยงานที่ได้รับอนุมัติไปมาแค่ 3 หน่วยงาน คือกระทรวงคมนาคม กรมทรัพยากรน้ำ และกรมชลประทาน
ส่วนที่ท่านระบุว่า มีส่วนท้องถิ่นได้รับการจัดสรรไปแล้วนั้น ก็ยังไม่มี เราก็รออยู่เหมือนกัน ย้ำว่าทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนก็แล้วแต่ในประเทศนี้ ไม่มีใครของบประมาณแบบพอดี ทุกหน่วยงานขอเกินไปทั้งนั้น เป็นหน้าที่ของท่านว่าท่านจะอนุมัติให้ใคร เท่าไหร่ อย่างไร จะกระจุก จะกระจาย ก็ขึ้นอยู่กับที่การอนุมัติของท่านเอง ทุกหน่วยงานมีสิทธิเขียนคำขอ เขาจะเขียนเท่าไหร่ก็ได้ ฉะนั้น การที่ท่านออกมาโวยวายว่าหน่วยงานได้รับการจัดสรรแล้วไปกระจุกตรงนั้นตรงนี้ ท่านก็คือหนึ่งในคนที่จะพิจารณาอนุมัติ แล้วทำไมถึงไม่อนุมัติตามที่ท่านอยากจะอนุมัติ
“การที่มาพาดพิงคนอื่นเช่นนี้ เราก็เริ่มงงแล้วว่าตกลงแล้วใครเป็นฝ่ายแค้น ใครเป็นฝ่ายไหนกันแน่ ทำไมถึงมาพาดพิงกันแต่ทางเรา พูดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา เรารอดูเช่นกันว่าการอนุมัติงบประมาณจำนวน 1.57 แสนล้านบาทนั้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่ เพราะท่านแจ้งเองว่าเงินจำนวนนี้ท่านไม่แจกแล้วเงินหมื่น ท่านเอามาปรับเปลี่ยนเป็นโครงการเหล่านี้ เราก็รอดูอยู่ว่าจะเป็นการกระตุ้นแบบไหน ประชาชนตั้งความหวังไว้มาก เขาพลาดหวังไปแล้วจากดิจิทัลเงินหมื่น จึงรอดูว่าสิ่งที่ท่านอนุมัติไปแล้ว จะกระตุ้นได้หรือไม่ อีกทั้งเงินที่ยังเหลืออยู่อีกประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท จะเป็นการอนุมัติแบบกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่ งบฯ 1.57 แสนล้านบาท เป็นหน้าที่ของ ครม. โดยตรง ถ้าท่านโวยวาย ก็คงโวยวายกันเองว่า ใครกันแน่ไปจิ้มให้มันลงตรงไหน”
โฆษกพรรคภูมิใจไทย ยังกล่าวอีกว่า ในรายละเอียดเราไม่อาจทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่ทำเรื่องขอไป ส่วนท้องถิ่นหลายที่ก็ขอตรงกันหมดไปที่สำนักงบประมาณ ซึ่งสำนักงบประมาณก็จะนำเสนอไปที่ ครม. ขอย้ำว่าเงินจำนวนนี้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภาฯ เพราะสภาฯ สามารถอนุมัติงบปกติที่กำลังพิจารณากันอยู่ คือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวนกว่า 3 ล้านล้านบาท แต่เรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นอำนาจที่นอกเหนือสภาฯ
เมื่อถามย้ำว่ามีการตั้งข้อสังเกตถึงการที่รัฐมนตรีออกมาทักท้วงว่างบฯ กระจุกตัว น.ส.แนน กล่าวตอบ ก็ต้องถามกลับไปว่า ล็อตแรกที่ถูกแบ่งออกมา 1.1 แสนล้านบาทนั้นไปลงที่ไหน ตามหน้าข่าวชี้ว่าไม่ทั่วถึง ไม่ลงตัว ใช่หรือไม่ จึงมีการออกมาโวยวาย ถ้าจะโวยวายก็ต้องยกเหตุผลของตัวเองว่าทำไม หรือท่านรู้สึกอย่างไร ไม่ควรจะพาดพิงถึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องในการอนุมัติงบประมาณส่วนนี้.