“สุชาติ” มอบนโยบาย ผอ.สำนักพุทธฯ ให้เวลา 3 เดือนวัด KPI ถ้าไม่มีผลงานถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ย้ำ แก้ พ.ร.บ.สงฆ์เอาผิดคนทำลายพระพุทธศาสนา อวดอ้างอุตริ สร้างอิทธิฤทธิ์ ต้องโดนด้วย
วันที่ 16 ก.ค. 2568 นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 76 จังหวัดว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นมีปัญหาเพราะทรัพย์สินเงินทองของพระที่ยังไม่มีมาตรการควบคุม เมื่อมีทรัพย์สินก็มีขบวนการและสีกามาพัวพันเงินวัด วันนี้จึงกำชับกับผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาทุกจังหวัดต้องทำงานเชิงรุก เมื่อชาวบ้านรู้ แต่ทำไมสำนักพุทธศาสนาไม่รู้ หลังจากนี้จึงต้องทำงานเชิงรุกให้หนักและคาดโทษถ้าจังหวัดไหนมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมความประพฤติของพระสงฆ์ให้อยู่ในพระธรรมวินัย มีการประพฤติที่ดีที่ชอบไม่ได้ มีข่าวฉาวโฉ่ ประพฤติผิดปาราชิก ต้องมาพิจารณาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และย้ำให้ทำระบบทรัพย์สินของวัดให้โปร่งใสโดยนำเข้าระบบบิ๊กดาต้า ต้องทำบัญชีรายงานพระสงฆ์ทุกรูปต้องเปิดเผยการเคลื่อนไหวของทรัพย์สินในวัด และสั่งการไปว่าอย่าให้มีเรื่องเสื่อมเสียทางพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นอีก
ย้ำต้องทำงานเชิงรุก
นายสุชาติ กล่าวอีกว่าวันนี้ในการมอบนโยบายยังไม่มีผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ จังหวัดไหนแสดงความเป็นห่วงหรือกังวลกรณี “สีกากอล์ฟ” แม้พระระดับชั้นผู้ใหญ่หลายจังหวัดเข้าไปพัวพันและสึกไปแล้วหลายรูป แต่มีบางจังหวัดสะท้อนว่าสำนักพุทธฯ มีอำนาจจับกุมหากเจอพระกระทำผิด จึงย้ำไปว่าไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ไปจับกุมแต่ต้องการส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนา อยากให้ทุกคนทำงานเชิงรุก ป้องกันการทำลายพระพุทธศาสนาเกิดความเสื่อมเสีย
...
สร้างอิทธิฤทธิ์ อุตริ ต้องจัดการ
ส่วนการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ จะเพิ่มบทลงโทษผู้ที่กระทำทั้งแต่งกายเลียนแบบ โชว์อุตริ สร้างอิทธิฤทธิ์ ผู้เสพเมถุนทั้งพระและสีกา คนกลุ่มนี้จะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายด้วย
ส่วนตำรวจพระก็ยังคงมีอยู่แต่หลังจากนี้จะต้องทำงานเชิงรุกให้หนักประสานข้อมูลกับผู้นำชุมชน ช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา หาข้อมูลข่าวสารส่งให้ตำรวจ
รับพศ.หย่อนยาน
นายสุชาติยังกล่าวอีกว่าอย่าเพิ่งตำหนิว่าสำนักพุทธฯ เละเทะเพียงแต่ตอนนี้หย่อนยานไปหน่อย แต่วันนี้ตนเองมาให้นโยบายแล้ว หลังจากนี้ต้องทำงานเชิงรุก จะให้เวลา 3 เดือน แล้วมาวัด KPI ถ้ายังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแสดงว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่
เร่งขึ้นทะเบียนไวยาวัจกร
ส่วนประเด็นที่บางวัดไม่มีไวยาวัจกร เพราะถือเป็นตำแหน่งสำคัญของวัดซึ่งมีกฎมหาเถระสมาคมแต่งตั้งและถอดถอน นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ไวยาวัจกรจะเป็นคนที่ช่วยดูแลทรัพย์สินของวัดได้อย่างถูกต้อง ขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนากำลังจะนำไวยาวัจกรมาขึ้นทะเบียน ในอนาคตอาจจะมีค่าตอบแทนจะได้มีหน้าที่โดยตรงแต่จะต้องกำหนดคุณสมบัติและพัฒนาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด
สั่งสอบประวัติขอทำวัตถุมงคล
นายสุชาติยังกล่าวต่อว่าได้มอบนโยบายเพิ่มเติมว่าหลังจากนี้ทุกวัดจะต้องตรวจสอบประวัติผู้ที่ขอทำวัตถุมงคลให้ละเอียด การทำวัตถุมงคลเพราะจะเป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มคนที่ผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติดและพนันออนไลน์ โดยใช้ช่องทางของวัด