ไม่เป็นความจริง กระแสข่าว อนุ กกต. เตรียมส่งคดีฮั้ว สว. เข้าที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหารวม 229 ราย 14 ก.ค. นี้ เหตุไม่มีประชุมสัปดาห์หน้า ไม่รู้ทำสำนวนเสร็จแล้วหรือยัง
วันที่ 12 ก.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 สรุปสำนวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เสร็จสิ้นแล้ว พร้อมมีมติเสนอให้ส่งฟ้องดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหารวม 229 ราย เตรียมจะส่งเข้าที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ในวันที่ 14 ก.ค.นี้นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งในสัปดาห์หน้าไม่มีการประชุม และไม่มีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ซึ่งขั้นตอนของการสืบสวนไต่สวน คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ต้องสรุปสำนวนทำความเห็น เพื่อเสนอเลขาธิการ กกต. หากเลขาธิการ กกต.มีความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ต้องส่งเรื่องไปยังคณะอนุวินิจฉัยฯ ทำความเห็น จะเห็นแย้งหรือเห็นต่างก็ได้ ก่อนที่จะส่งให้ประธานในการเซ็น เพื่อนำสำนวนเข้าที่ประชุม กกต. ทั้งนี้ในขั้นตอนต่างๆ เป็นระยะเวลาแต่ละขั้นตอน ซึ่งเรื่องนี้ไม่รู้ว่าคณะอนุกรรมการฯ ทำสำนวนเสร็จแล้วหรือไม่ด้วย เพราะไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายกัน แต่ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตามรายงานข่าวแน่นอน
ปัดข่าวคดีฮั้ว สว. เสนอ กกต. ชุดใหญ่ 14 ก.ค. ไม่เป็นความจริง
ต่อมาเมื่อเวลา 20.44 น. สำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสารข่าวโดยมีใจความว่า ตามที่สื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เตรียมเสนอสำนวนเข้าสู่การพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่ เพื่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วการเลือก สว. จำนวน 229 ราย ในวันที่ 14 ก.ค. นั้น สำนักงาน กกต. ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยสำนวนดังกล่าวขณะนี้ยังอยู่ใน “ขั้นตอนที่ 1” ชั้นคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และระยะเวลาที่ขยาย ซึ่งจะครบกำหนดการขอขยายระยะเวลาในวันที่ 17 ก.ค. 2568 สำนวนดังกล่าวจึงยังไม่ได้เสนอที่ประชุม กกต. ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด การพิจารณาสำนวนตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 มีขั้นตอนการพิจารณาออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้ 1. เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้รับสำนวนแล้ว ให้ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนและจัดทำความเห็น เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้จัดส่งสำนวนไปยังสำนักงาน กกต. (ส่วนกลาง) โดยเร็ว 2. สำนักงาน กกต. (ส่วนกลาง) ได้รับสำนวนแล้วให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการวิเคราะห์สำนวน และจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก และเลขาธิการ กกต. (รองเลขาธิการ กกต. ที่ได้รับมอบหมาย)
...
3. คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น และสำนักงาน กกต. เสนอสำนวนให้ กกต. พิจารณา 4. เมื่อ กกต. ได้รับสำนวนจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว ทั้งนี้ เมื่อคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ต้องเสนอสำนักงาน กกต. เพื่อดำเนินการต่อไป อนึ่ง สำนักงาน กกต. ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ก่อนเผยแพร่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน