“ธนกร วังบุญคงชนะ” ย้ำชัด 3 ปม ไม่นิรโทษกรรมคดีฆ่าคนตาย-ทุจริต-ม.112 จี้ผู้นำจิตวิญญาณเลิกพฤติกรรมยุยงเบื้องหลัง ชี้คณะกรรมการกลั่นกรองต้องอิสระ เลี่ยงตกเป็นเครื่องมือการเมือง
วันที่ 9 ก.ค. 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรถึงร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.... ว่าตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการชุมนุมทางการเมืองหลายกลุ่มได้นำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมหลายครั้ง ทำให้ประชาชนที่ร่วมชุมนุมถูกดำเนินคดีจำนวนมากทั้งผิด พ.ร.บ. การชุมนุม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และมาตรา 112 ตนจึงมองว่าการจะนิรโทษกรรมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบเงื่อนไขที่ชัดเจน ไม่ประนีประนอม ต้องยึดหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความมั่นคงของรัฐ ที่สำคัญประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีไว้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ เพราะเป็นความมั่นคงของรัฐ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าการแก้ไขมาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตนจึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่กระทำผิดมาตรา 112
“ถ้านิรโทษกรรมให้คนผิดมาตรา 112 จะยิ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศไม่สบายใจ จะยิ่งมีการออกมาชุมนุมประท้วงไม่เห็นด้วยอีกอย่างแน่นอน จะสร้างความขัดแย้งตามมา ซึ่งส่วนตัวเห็นใจน้อง ๆ เยาวชนมาก หลายคนถูกดำเนินคดีกว่า 2,000 คดี สิ่งที่สำคัญคืออยากขอร้องผู้นำจิตวิญญาณคนที่อยู่เบื้องหลังน้อง ๆ เหล่านี้ให้เลิกพฤติกรรมยุยงส่งเสริมเยาวชนเสียที ยังทำให้เยาวชนทำผิดซ้ำซาก เข้าออกคุกและบางคนบินออกไปต่างประเทศ ขอให้เลิกเสียทีเอาเวลาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติจะดีกว่า”
...
นอกจากนี้ นายธนกร ระบุว่าตนไม่เห็นด้วยที่จะนิรโทษกรรมคดีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต เพราะทุกชีวิตมีค่าต้องให้การเยียวยากับคนในครอบครัวผู้สูญเสียและไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตด้วยเพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นเกาะกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ส่วนใหญ่คนมักจะโทษแต่นักการเมืองว่าทุจริต ซึ่งข้าราชการและนักการเมืองทั้งดีและไม่ดีก็มีเยอะ ทั้งนี้สังคมอย่าคาดหวังแค่เพียงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. เท่านั้น ซึ่งวันนี้ถือว่าคดีทุจริตคอร์รัปชั่นลดลงมากซึ่งยังคงต้องเร่งพิจารณาสรรหาบุคคลเป็นคณะกรรมการให้ครบทั้ง 9 คน เนื่องจากวันนี้มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แค่ 7 คนเท่านั้น หากมีการนิรโทษกรรมให้คดีทางการเมืองแล้วจะต้องมีการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำด้วยไม่ใช่ได้รับการนิรโทษกรรมแล้วและกลับมาทำผิดซ้ำอีกไม่ได้
โดยทั้ง 3 ประเด็นหลักที่ได้เสนอมา ย้ำว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการนิรโทษกรรมมาตรา 112 คดีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและคดีทุจริต สิ่งสำคัญคือคณะกรรมการที่จะมาพิจารณากลั่นกรองคดีต้องมีความเป็นอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้ควรจะต้องประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และประชาชนมาเป็นคณะกรรมการเพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อป้องกันการตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ จึงต้องมีความยุติธรรมจริง ๆ
“การสร้างสังคมสันติสุขปรองดอง ต้องไม่ใช่แค่การประนีประนอม แต่ต้องมีความยุติธรรม มีความกล้าหาญและกระบวนการที่โปร่งใสเพราะเราไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้แต่เราสามารถออกแบบอนาคตให้ดีขึ้นได้” นายธนกร ระบุ