พรรคภูมิใจไทย จี้รัฐบาลเลิกนโยบายกาสิโน แค่ถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่พอ เย้ย กลัวแพ้ในสภาฯ ท้าไม่ต้องถอน ให้ สส.ตัดสินในสภาฯ ถ้าเสียงส่วนใหญ่ลงมติเห็นด้วยก็จะยอมรับ
วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคภูมิใจไทย ว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติไม่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ที่รัฐบาลเสนอ และเห็นว่าการถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาล เป็นการถอนที่ไม่จริงใจ เพราะเกรงว่าจะแพ้ในการลงมติ เนื่องจากมี สส.ฝ่ายรัฐบาลมากกว่า 30 คน ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่จะอนุญาตให้มีกาสิโนในประเทศไทย ซึ่งจะซ่อนมาในรูปของสถานบันเทิงครบวงจร
ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจที่จะยกเลิกการอนุญาตให้มีกาสิโนในประเทศไทย แต่กลัวแพ้การลงมติ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับรัฐบาล ไม่ยุบสภาก็ต้องลาออก ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจขอให้แถลงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่ารัฐบาลจะไม่เสนอร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ที่มีกาสิโนเข้ามาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีก ถ้ารัฐบาลแถลงชัดเจนแบบนี้พรรคภูมิใจไทยจะมีมติสนับสนุนให้ถอน แต่ถ้าถอนออกไปก่อน ยังไม่เลิก เพียงแต่รอจังหวะเวลาแล้วส่งเข้ามาอีก ก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่ายังมีนโยบายให้มีกาสิโนในประเทศไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะคัดค้านถึงที่สุด ถ้าถอนแบบนี้เราไม่เห็นด้วยที่จะให้ถอน
“ถอน แปลว่ายังไม่เลิก เราไม่เห็นด้วย ถ้าจะเลิกต้องพูดให้ชัดว่าเลิก เราจะลงมติเห็นด้วยให้ถอน”
โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเร่งรัด กดดัน บังคับให้ สส.ฝ่ายรัฐบาล ลงมติเลื่อนวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ขึ้นมาเป็นวาระแรก อ้างว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างการลงทุนหลายแสนล้านบาท ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว ประชาชนสนับสนุนมากกว่าคัดค้าน แต่เมื่อถึงเวลาที่จะพิจารณารัฐบาลกลับขอถอนออก ซึ่งไม่ทราบว่ารัฐบาลมีเหตุผลอะไร ต้องขอฟังการอภิปรายเหตุผลของรัฐบาลก่อน
...
“ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร และกาสิโน จะเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจไทยจริงๆ เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ ก็ไม่ต้องถอน เปิดโอกาสให้ สส. ได้พิจารณากันเต็มที่ แล้วตัดสินกันในสภาฯ ให้เป็นที่เด็ดขาดไปเลย ถ้าเสียงส่วนใหญ่ลงมติเห็นด้วย พรรคภูมิใจไทยก็จะยอมรับ ไม่ควรใช้วิธีชักเข้าชักออก หลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล”