“ทวี” ดีใจรัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ปัดพุ่งเป้า “ก๊ก อาน” คนสนิท “ฮุน เซน” หลังตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลั่น ต้องจัดการผู้อยู่เบื้องหลัง

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณีจะมีการถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ออกจากวาระการประชุมในสภาผู้แทนราษฎร ว่า จะเป็นผลดี และทราบว่า รัฐบาลจะมีการประชุมในวันนี้เพื่อขอให้ถอนร่าง ซึ่งรัฐบาลวิเคราะห์สถานการณ์ช่วงนี้ว่าอะไรที่สื่อสารแล้วทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะไม่อยากจะเติมเรื่องความขัดแย้ง ซึ่งการแถลงนโยบายเดิมคือการสร้างสถานบันเทิงครบวงจร ไม่ใช่กาสิโน แต่ในร่างกฎหมายอาจมีคำนี้อยู่ การถอนจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มองว่าไม่ควรนำเสนอร่างดังกล่าวเข้ามาใหม่อีกใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การบริหารประเทศวันนี้ต้องแก้ปัญหาวิกฤติ กระทรวงยุติธรรมต้องแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สิน ยาเสพติด และการปราบปรามทุจริต ไม่ให้ใช้อำนาจอยู่เหนือกฎหมายทุกชนิด

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงการออกหมายจับ นายก๊ก อาน (KOK AN) คนสนิทของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งเป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งคดีเกี่ยวกับการโกงออนไลน์ บัญชีม้า มีจำนวนมาก มีผู้ต้องขังที่รออยู่ระหว่างการพิจารณาถึง 80,000 คน และคนที่ได้รับโทษบัญชีม้าอาจจะเป็นเหยื่อด้วยซ้ำ การจัดการกับผู้ที่บงการ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจึงมีความจำเป็น ซึ่งขบวนการคอลเซ็นเตอร์ต่างๆ ในไทยเราปราบปรามได้ แต่การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเราต้องทำตามกฎหมายและอาจจะมีคดีอื่นๆ ที่ขยายผลตาม

...

เมื่อถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเครือข่ายนายทุนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ KOK AN เชื่อมโยงฐานปฏิบัติการในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และสามารถอายัดเงินได้กว่า 27 ล้านบาท พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า เราไม่สามารถที่จะแก้เรื่องขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความคล้ายกับเรื่องยาเสพติด เนื่องจากมีฐานการผลิตอยู่ในต่างประเทศ จึงต้องดำเนินการตามพยานหลักฐาน เมื่อถามว่า นายก๊ก อาน มีความใกล้ชิดกับสมเด็จฮุน เซน หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุ เราดูตามหลักฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิด

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงการเร่งปราบปรามยาเสพติดว่า เรื่องยาเสพติดปัญหาใหญ่ของไทยคือยาบ้า ซึ่งไม่ได้ผลิตในประเทศ เราร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศต่างๆ ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นที่ตั้งหรือเมืองหลวงของยาเสพติดให้มาช่วยกันปราบปราม รวมถึงพืชที่เรายกเลิกออกจากยาเสพติดคือกัญชา วันนี้รัฐบาลได้ส่งสัญญาณว่าจะมีกฎหมายคุมเข้ม และทุกคนเห็นด้วยว่าการร่างกฎหมายใช้เวลาเป็นปีเพื่อมีมาตรการคุมเข้ม จึงต้องนำกฎหมายอื่น เช่น กัญชาเพื่อการแพทย์ เนื่องจากเรายังไม่มีกฎหมายห้ามนำกัญชามาจำหน่ายตามท้องถนน เช่นเดียวกับการขายน้ำกระท่อมซึ่งถือว่ามีความผิด โดยได้รับการตอบรับจากทั้งนักวิชาการและประชาชน 

ที่สำคัญมีความห่วงใยถึงตัวเลขผู้ที่ต้องเข้าไปบำบัดซึ่งมีจำนวนสูงมาก หากปล่อยไว้ประชาชนจะอ่อนแอ ทั้งนี้ ยาเสพติดไม่ใช่ภัยแทรกซ้อน แต่เป็นปัญหาภัยความมั่นคงแห่งชาติ เพราะถ้าคนไทยยังอ่อนแอเต็มไปด้วยคนที่ติดยาเสพติด จะเป็นปัญหาใหญ่.