“เท้ง ณัฐพงษ์” กังวลรัฐบาลสอดไส้ร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex หวังดึงเวลาหยั่งเสียงพรรคร่วม แง้ม ประเดิมเปิดสภานัดแรกพรุ่งนี้จ่อตั้งกระทู้ถามสดชายแดนไทย-กัมพูชา “ปกรณ์วุฒิ” ปลื้มทำงานนัดแรกกับภูมิใจไทย ไร้ปัญหา

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (3 กรกฎาคม 2568) ว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีมติถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ออกจากวาระการประชุม ฝ่ายค้านจะมีมติเสนอให้ถอนญัตตินี้ออกไป

ทั้งนี้ พรรคประชาชนยังยืนยันในจุดยืนเดิม เราอยากเห็นการถอนร่างนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม และเราไม่อยากเห็นแทคติกการเปลี่ยนวาระในระหว่างการประชุม เพื่อเป็นการฝากร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไว้อยู่ในวาระการประชุม และรอจังหวะที่รัฐบาลเห็นว่าควบคุมเสียงได้ จะหยิบร่างกฎหมายนี้กลับเข้ามาพิจารณาต่อ จึงยังย้ำในจุดยืนเดิมว่าต้องการถอนร่าง พ.ร.บ. นี้ออกไป ส่วนจังหวะการเสนอถอนร่าง พ.ร.บ. หรือการขอเปลี่ยนระเบียบวาระที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในวันพรุ่งนี้ หรือช่วงสัปดาห์หน้า นายณัฐพงษ์ ขอให้ติดตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการประชุมสภาฯ หากมีการนำเสนอออกไปก่อนจะมีผลต่อการตัดสินใจได้

เมื่อถามว่าหากมีการเลื่อน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไป ลำดับถัดไป คือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจะมีการรวมประเด็นของมาตรา 112 เข้าไปด้วย มาเป็นเงื่อนไขของการนัดชุมนุมอีกรอบนั้น นายณัฐพงษ์ บอกว่า ท่าทีของพรรคประชาชนอาจจะไม่สามารถพูดแทนพรรคอื่นได้ การนิรโทษกรรมควรจะนิรโทษกรรมผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองทั้งหมด ไม่ควรมีการกีดกันในส่วนของมาตรา 112 ออก ซึ่งพรรคประชาชนจะยึดให้สอดคล้องกับหลักการ และคาดหวังว่าการเดินหน้าแก้ไขกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ประชาชนเฝ้ารอดูอยู่ ผลักดันแก้กฎหมายนี้เป็นไปเพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมที่ผ่านมาทั้งหมด

...

ทางด้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยภายหลังการประชุมของวิปฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นนัดแรกภายหลังพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ส่วนใหญ่เรื่องที่คุยกันเป็นหลัก คือกระบวนการต่างๆ เช่น การแต่งตั้งพรรคภูมิใจไทยเข้ามาอยู่สัดส่วนในปีกฝ่ายค้าน แต่ยังไม่ได้สรุปตัวเลข เนื่องจากต้องใช้เวลากันสักระยะ และต้องถูกแต่งตั้งโดยผู้นำฝ่ายในสภาผู้แทนราษฎรอีกรอบ ดังนั้น ยังต้องพูดคุยกันต่อไป พรรคภูมิใจไทยตอนนี้จึงยังไม่มีตัวเลขออกมานำเสนอหรือต่อรองใดๆ ซึ่งไม่มีปัญหาในการพูดคุยกัน อาจจะเป็นวันพรุ่งนี้หรือสัปดาห์หน้า รวมถึงวันพรุ่งนี้คงมีการหารือร่วมกับวิปรัฐบาลด้วย เพราะสัดส่วนของ สส. เปลี่ยนไป

“สิ่งที่ตกลงเรียบร้อยแล้ว คือสัดส่วนกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้สิทธิ 2 กระทู้ต่อเดือน และเรายังได้คุยกันล่วงหน้า การฝากประเด็นกันมาคุยในที่ประชุม สส. ของแต่ละพรรคในวันนี้ เพื่อจะไปหารือกับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันพรุ่งนี้”

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการคุยกันเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และการหารือเรื่องมาตรา 151 ซึ่งเท่าที่คุยคุยกันในขณะนี้ ยังไม่มีธงขนาดนั้นว่าจำเป็นต้องยื่นญัตติแต่อย่างใด เพราะ 2 ฝ่ายยืนยันว่าสถานการณ์เมื่อวานนี้ (1 กรกฎาคม 2568) ที่เกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยในเบื้องต้นของศาลรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะกระทบต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องหารือกัน เรื่องแรกคือสามารถยื่นได้หรือไม่ ควรจะยื่นหรือไม่ เพราะขณะนี้ไม่ได้มีการกดดันหรือการตั้งธงว่าจำเป็นจะต้องยื่นหรือไม่ อย่างไร

พร้อมย้ำว่าร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร เห็นตรงกันว่าไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว ส่วน ครม. จะถอนร่างหรือไม่ หรือเขียนแค่เลื่อนเพื่อซื้อเวลานั้น เราต้องมาคุยในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง ซึ่งต้องเช็กด้วยว่าสัญญาณของรัฐบาลเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลประสานมาคุยเรื่องร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แล้วหรือยัง นายปกรณ์วุฒิ ตอบว่า ที่คุยกันล่าสุดยังมีความเป็นไปได้ว่า ครม. จะถอนออกไป แต่เท่าที่ทราบยังไม่มีมติออกมา คงต้องรอการประชุมอีกครั้ง

ขณะที่กลไกการตรวจสอบนายกรัฐมนตรี ฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างไรต่อในกลไกสภาฯ นายปกรณ์วุฒิ เผยว่า เราพยายามจะใช้ทุกเครื่องมือ อย่างพรุ่งนี้แน่นอนว่าจะมีการตั้งกระทู้ถามสดของนายณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ อยากทราบความเคลื่อนไหวของฝั่งเราว่าจะเดินอย่างไร เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ตนได้ยินว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะมาเป็นผู้ตอบกระทู้ นอกจากนี้ ในสภาฯ ยังมีอีกหลายเครื่องมือที่เราจะใช้ได้ ส่วนเรื่องนิติสงคราม พรรคประชาชนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ยืนยันมาตลอดว่าเราไม่ต้องการให้ใช้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระใด มาใช้ดุลยพินิจ ตัดสินชีวิตของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าวิปฝ่ายค้านได้คุยกันหรือไม่ ระหว่างนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่จะมีการดำเนินการอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศเกิดสุญญากาศ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ส่วนหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เราตรวจสอบทุกเรื่องเหมือนเดิม กรณีที่จำเป็นต้องถามกระทู้ หรือนายกรัฐมนตรีต้องมา รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีก็ต้องมาตอบแทน เรื่องนี้สามารถบริหารต่อไปได้โดยที่ไม่มีสุญญากาศ แต่อย่างไรเรายังยืนยันว่าทางออกตอนนี้คือการยุบสภา ให้ประชาชนได้เลือกใหม่ว่าต้องการรัฐบาลหน้าตาแบบไหนมาแก้วิกฤติ

ในประเด็นคำถาม จากที่ประชุมกับพรรคภูมิใจไทยนัดแรกสามารถทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาก็บอกตามตรงว่า 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับหลายพรรคการเมืองที่อาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง วันนี้ก็ได้พูดคุยกันแบบเคลียร์กันว่าการทำงานของวิปฝ่ายค้านภายใต้การนำของพรรคประชาชน หากเรื่องไหนที่เราเห็นไม่ตรงกัน ทุกพรรคมีเอกสิทธิ์ของตัวเองในการลงมติใดๆ เรื่องนั้นๆ เราไม่บังคับหรือกดดันกัน เว้นเพียงแค่เรื่องใหญ่ๆ ที่เห็นพ้องต้องกัน อย่างการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องเห็นตรงกันทั้งหมด แต่ในเรื่องอื่นต้องให้สงวนสิทธิ์ตามความคิดเห็นของแต่ละพรรค.