โฆษกพรรคภูมิใจไทย ถาม “ณัฐพงษ์” เอาข้อมูลมาจากไหน ปมข่าวลือดีล “อนุทิน” เสนอตัวเป็นนายกฯ ชั่วคราว ลั่น ยังไม่เคยพูดคุยกันเลย ย้ำ เวลานี้ต้องนึกถึงภัยพิบัติที่มีผลกระทบต่อประชาชนก่อน
วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไปรายการออกรายการดัง แล้วพูดถึงแนวคิดยกมือโหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราวแต่ไม่ร่วมรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรุ่งนี้ (3 กรกฎาคม 2568) จะเป็นการเจอกันครั้งแรกของนายอนุทิน กับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านต่างๆ จึงไม่ทราบว่านายณัฐพงษ์ เอาข้อมูลนี้มาจากที่ไหน
นางสาวแนน บุณย์ธิดา ยืนยันว่า นายอนุทินไม่เคยพูดคุยกับนายณัฐพงษ์ แม้จะเป็นทางการหรือไม่ทางการ ฉะนั้นสิ่งที่นายณัฐพงษ์พูด ก็ต้องรอดูต่อไปว่าเกิดจากอะไร ซึ่งเรื่องของนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องของอนาคต เนื่องจากขณะนี้ยังมีนายกรัฐมนตรีอยู่ แต่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ อาจจะมีการสรรหานายกรัฐมนตรีที่มีเสียงเกิน 25 เสียง ซึ่งชื่อของนายอนุทินก็อยู่ในบัญชีอยู่แล้ว โดยนายอนุทินก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็พร้อมมาตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว และในปี 2566 ทุกพรรคก็ประกาศว่าทุกคนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี
“ขณะนี้คุณอนุทินก็ยังอยู่ในโผแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ที่มาบอกว่าคุณอนุทินไปคุยกับคุณณัฐพงษ์แล้วมาบอกว่าพร้อม อันนี้ไม่ใช่ค่ะ คุณอนุทินไม่เคยคุยกับคุณณัฐพงษ์ พรุ่งนี้จะเป็นครั้งแรกที่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านจะได้เจอกัน”
ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะเป็นการโยนหินถามทางในการปูทางในการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลหรือไม่ นางสาวแนน บุณย์ธิดา ระบุว่า ต้องโยนคำถามกลับไปที่นายณัฐพงษ์ที่เป็นผู้ให้ข้อมูลว่าเป็นการโยนหินถามทาง หรือมีวัตถุประสงค์อะไร ส่วนคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนจับมือกันดัน นายอนุทิน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ นางสาวแนน บุณย์ธิดา ตอบว่า ทั้งหมดคือสมมติฐาน เพราะฉะนั้นจะไม่ตอบคำถามที่เป็นสมมติฐาน เพราะนาทีนี้เรายังทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯ โดยเมื่อวานนี้ (1 กรกฎาคม 2568) มีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เราก็เคารพคำสั่งศาล
...
ส่วนกรรมการบริหารพรรคจะมีการพูดคุยความเป็นไปได้ของฉากทัศน์ดังกล่าวหรือไม่ นางสาวแนน บุณย์ธิดา เผยว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ และยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องพูดคุยกัน เพราะตอนนี้เรามีสิ่งที่เราต้องนึกถึงภัยที่จะกระทบกับประชาชน ทั้งภัยพิบัติ ซึ่งเห็นว่าประชาชนในหลายจังหวัดก็ประสบเหตุอยู่ หรือภัยเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด และภัยสังคม ฉะนั้นสิ่งที่พรรคคุยกันจะคุยเป็นเรื่องผลกระทบที่พี่น้องประชาชนได้รับ.