ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบลายมือชื่อของ สส. ผู้ร้อง และให้ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม กรณีที่ถูกกล่าวหาว่า นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ แปรญัตติงบประมาณปี 2569 โดยมิชอบ
วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีการเสนอการแปรญัตติ หรือการกระทำใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง หรือไม่
นายภัณฑิล น่วมเจิม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวม 121 คน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ให้ความเห็นชอบการจัดทำโครงการและให้มีการเสนองบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 โครงการ ที่นายพิเชษฐ์มีส่วนโดยทางตรงและทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวหาในกรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีการเสนอขอโครงการทั้ง 3 โครงการดังกล่าวอีกครั้ง ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 โดยเป็นโครงการที่มีรูปแบบเดียวกันกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งนายพิเชษฐ์มีส่วนในการเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำใด ๆ ที่มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง
...
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้ว เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ในชั้นนี้ ศาลฯ จึงมีคำสั่งให้มีหนังสือแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตรวจสอบลายมือชื่อของผู้ร้อง และจัดส่งเอกสารหลักฐานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด โดยให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ