ความอหังการของพ่อลูกตระกูลฮุน ทั้งฮุน เซน และฮุน มาเนต ผู้ปกครองประเทศเขมรซึ่งเคยเป็นดินแดนอยู่ภายใต้อาณัติไทยและฝรั่งเศส ช่วงระหว่างปี พ.ศ.2404 ก่อนการประกาศปักปันเขตแดนจะเกิดขึ้นในอีก 40 ปีถัดมานั้น

ต้องมีที่มาจากใครสักคน หรือสักกลุ่มที่คอยเป็นรั้วทองแดงกำแพงเหล็กให้สองพ่อลูกเขมรยืนพิงหลังเพื่อสร้างเรื่องเท็จข่มขู่รัฐบาลและทหารไทย ไปจนถึงการประกาศปิดด่าน เรียกคนงานเขมรกลับ และยื่นหนังสือถึงศาลโลกขอให้ไทยคืนปราสาท 3 แห่งให้แก่เขมร...

แต่นั่นยังไม่ใช่แค่การหักเหลี่ยมโหดกับเพื่อนรักที่มีสายสัมพันธ์กันมายาวนานถึง 30 ปีอย่าง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวเท่านั้น แต่มันคือความพยายามล่วงเกิน และก้าวก่ายอำนาจอธิปไตยไทย ตลอดจนถึงการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลไทยด้วย!

ใครคนนั้น อาจมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้อดีตนายกฯทักษิณ กับบุตรสาว “นายกฯ อิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร รวมถึงพรรคเพื่อไทยอยู่ในตำแหน่งแห่งที่นี้ต่อไป หรือยังคงเป็นแกนนำปรับ ครม.เพื่อให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อไปได้อีก

พูดง่ายๆคือ คงอยากให้ไม่มีที่ยืนในประเทศอีก! โดยไม่แคร์เลยว่า ประเทศไทยยามนี้จะมีความเปราะบางในหลายด้านอย่างไร โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจที่เข้าขั้นเป็น Perfect Storm ซึ่งอาจทำให้ภาคธุรกิจไทยจำนวนไม่น้อยต้องล้มละลายลง

สำคัญที่สุดก็คือ วันที่ 9 ก.ค.นี้แล้วที่สหรัฐฯ โดย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้เวลาครบ 90 วันแก่ประเทศต่างๆรวมถึงไทยในการนำเสนอผลเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขอัตราการจัดเก็บภาษีนำเข้าในลักษณะที่สหรัฐฯตั้งกำแพงภาษีสูงลิ่วสำหรับประเทศไทยในอัตรา 36% และประเทศอื่นๆ เช่น จีน ในอัตรา 50-55% เป็นต้น

คิดตามประสาบ้านๆใครคนนั้นไม่ได้สนใจหรอกว่าคนไทยจะอยู่กันอย่างไรเมื่อวิกฤติต่างๆประดังประเดเข้ามา ไม่สนว่ารัฐบาลเลือกตั้งจะถูกโค่นล้มจนต้องมีเลือกตั้งใหม่ หรือต้องใช้เวลาอีกนานเพียงใดกว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ในขณะที่เงินในกระเป๋ารัฐบาลไม่มี แถมยังมีศึกจากภายนอกพยายามจุดไฟแห่งความบาดหมางให้ลุกกระพือขึ้น

...

นี่คงเพราะเขาคนนั้นแค่ต้องการได้บางสิ่งที่เสียไปคืนมา และบางสิ่งนั้นสำคัญถึงขั้นสามารถไปสมสู่และสมรู้ร่วมคิดกับผู้นำเขมร แต่งเรื่องราวการรุกล้ำดินแดนเข้ามาขุดคูน้ำในเขตประเทศไทย...

ลามไปถึงขั้นพาผู้คนลักลอบเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆมากมาย ทั้งที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เขตติดต่อชายแดนไทย-เขมร โดยอ้างว่าทั้ง 3 ปราสาทเป็นของเขมร แม้จะมีหลักฐานชัดในการประกาศเขตแดนไทยตั้งแต่ 13 ก.พ.2447 มาแล้ว

ทั้งหมดที่กล่าวมาใครคนนั้นทำสำเร็จในชั้นนี้หรือไม่ คงได้คำตอบว่า ยังนะ แต่ก็จัดว่าดุเดือดเอาการ ถึงกระนั้นคนไทยโดยเฉพาะชนชั้นอีลิตในสังคมก็ยังไม่เห็นด้วยที่จะยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ในแบบที่อาจนำพาพรรคส้มยกกันมาทั้งแผงอีก

จึงต้องปล่อยให้นายกฯอิ๊งค์จัดทัพปรับ ครม.ใหม่หลังพรรคภูมิใจไทย 69 เสียง ลาออกจากไปเป็นฝ่ายค้านด้วยความคาดหวังว่า ได้กระทรวงมหาดไทยมาแล้วคงจะสานต่อนโยบายที่ยังไม่ได้ดำเนินการหลายอย่างได้

ส่วนใครคนนั้นจะมีแผนทวงคืนสมบัติ และสิ่งล้ำค่าของเขาต่ออีกไหม...ขอบอกว่า ต่อแน่ อย่าได้ชะล่าใจ!

อย่างไรก็เหอะ เรื่องของ “ใครคนนั้น” อาจเป็นสิ่งที่ มิสไฟน์ มโนขึ้นเอง จากเหตุการณ์ต่างๆ ผสมเป็นแกงโฮ๊ะรวมกันมา จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง...ผู้อ่าน จะเชื่อ หรือไม่ ก็ไม่มีปัญหา!!

มิสไฟน์

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม