"วิโรจน์" เตือนคนไทยตั้งสติรับมือ "ฮุน เซน" แซะนี่คือ "บิดาสแกมเมอร์อาเซียน" จี้รัฐบาลไทยเปิดชื่อ 7 นักการเมืองฟอกเงินในกัมพูชา
วันที่ 27 มิถุนายน 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกโรงเตือนประชาชนชาวไทยให้ตั้งสติและรับมือให้ดีกับการเคลื่อนไหวของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยระบุว่าสมเด็จฮุน เซน เป็นเสมือน "บิดาของสแกมเมอร์แห่งภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ที่ใช้กลยุทธ์ปล่อยคลิปหรือข้อมูลปั่นกระแสรายวัน โดยไม่สนใจว่าเป็นจริงหรือไม่ เพื่อสร้างความปั่นป่วนและข่มขู่
นายวิโรจน์ย้ำว่า การกระทำทั้งหมดของสมเด็จฮุน เซน เป็นกระบวนการที่ถูกวางแผนมาอย่างดี โดยมีเป้าหมายหลายอย่าง ทั้งความขัดแย้งส่วนตัวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และความกังวลเกี่ยวกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีฐานใหญ่ที่สุดอยู่ในกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีบริษัทฮุยวันและกลุ่มทุนต่างๆ ที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และมีเบาะแสพัวพันกับการฟอกเงินของแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ
นายวิโรจน์ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สั่งการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ให้รวบรวมข้อมูลร่วมกับ ปปง. ต่างประเทศ เพื่อดำเนินการกับเส้นทางการเงินเหล่านี้ และพิจารณาให้ FATF ขึ้นบัญชีดำกัมพูชา รวมถึงเรียกร้องให้นายกลงนามในสัตยาบัน UNCC ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อให้สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้
นอกจากนี้ นายวิโรจน์ยังได้ขอให้เปิดรายชื่อ 7 นักการเมืองไทย ที่สมเด็จฮุน เซน อ้างว่าไปฟอกเงินในกัมพูชา โดยเชื่อว่า ปปง. ทราบข้อมูลอยู่แล้ว และตั้งข้อสังเกตว่านักการเมืองกลุ่มนี้อาจเป็นบุคคลใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่อดีตรัฐมนตรี ซึ่งหากเป็นจริง อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ และความผิดฐานฟอกเงินได้
...
นายวิโรจน์ยังติงการทำงานของนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า เงียบเกินไป และควรเปลี่ยนตัวคนที่เก่งและทันเกมกว่านี้ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลต้องมีคนกลางที่ชัดเจนในการตอบโต้และรับมือกับสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับผู้ที่วางแผนและไตร่ตรองโจมตีไทยอย่างรอบคอบ