“นายกฯ แพทองธาร” ปราศรัยเนื่องใน “วันต่อต้านยาเสพติดโลก” ลั่น ไทยไม่ใช่แหล่งผลิต แต่เป็นทางผ่านของการลักลอบขนยา ต้องดำเนินมาตรการจริงจัง เน้นแนวคิดสร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด เพื่อชีวิตที่ดีของลูกหลาน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปราศรัยเนื่องใน “วันต่อต้านยาเสพติดโลก” ประจำปี 2568 โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปเนื้อหาสาระ ว่า ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ มีมติกำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก โดยประเทศไทยประกาศเจตนารมณ์ร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดกับภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อขจัดยาเสพติดให้หมดไป รวมถึงภัยคุกคามความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบทั่วโลกและในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ รัฐบาลกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนและเห็นผลเป็นรูปธรรม
“ประเทศไทยไม่ใช่แหล่งผลิต แต่เป็นทางผ่านของการลักลอบขนยาเสพติด รัฐบาลจึงใช้มาตรการทางกฎหมายที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ด้วยกลไกจากส่วนกลางและระดับพื้นที่ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดตามแนวชายแดน และปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดทั้งรายใหญ่และรายย่อยอย่างเด็ดขาด”
...
ทั้งนี้ รัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดโดยใช้ยุทธศาสตร์ Seal Stop Safe ในการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มงวดและครบวงจร “Seal” โดยการปิดล้อมชายแดนใน 52 อำเภอ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบจุดผ่านแดนทั้งถาวรและชั่วคราว รวมถึงช่องทางธรรมชาติ
“Stop” หยุดวงจรยาเสพติด ปราบปรามและยึดของกลางอย่างต่อเนื่อง โดยหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ได้คือ ราคายาบ้าในตลาดมืดเพิ่มขึ้น จากเม็ดละ 5-20 บาท กลายเป็น 40-100 บาท สะท้อนว่ายาเสพติดเข้าถึงยากขึ้น
“Safe” สร้างพื้นที่ปลอดภัย รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผู้เสพยา โดยเน้นการบำบัดรักษาและการให้โอกาสกลับคืนสู่สังคม พร้อมส่งเสริมการศึกษาเกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดแก่เยาวชน และสร้างความรู้ความเข้าใจถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อป้องกันการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุดในสังคม เพื่อเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของทุกคน
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนคนไทยที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ลูกหลานของเราและสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด พร้อมให้กำลังใจผู้เข้ารับการบำบัดรักษาที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในสังคมต่อไป รวมถึงเชิญชวนคนไทยร่วมกันรวมพลังเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้แนวคิด “Stop Drugs, Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด” ร่วมกันปกป้องสังคมจากยาเสพติด เพื่อชีวิตที่ดีของลูกหลานเรา.