“ภูมิธรรม เวชยชัย” เปรย ปรับ ครม.อิ๊งค์ 2 จบภายในสัปดาห์นี้ บอกรักทุกกระทรวง หลังมีชื่อ “รมว.มหาดไทย” มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล โว ได้เห็นการทำงานมิติใหม่ที่ต่างจากเดิม ยันพร้อมช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง อพยพได้ทันที


เวลา 09.50 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวานนี้ (22 มิถุนายน 2568) แสดงว่าตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงตัวแล้วหรือไม่ โดยนายภูมิธรรม หัวเราะก่อนจะบอกว่าให้ไปถามนายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้คุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ตนเชื่อว่าน่าจะจบได้เร็ว ภายในสัปดาห์นี้น่าจะเรียบร้อย

ขณะที่สัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจะมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มในตำแหน่งใดหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ในแต่ละตำแหน่งจะมาหลังจากที่คุยกับพรรคร่วมจบ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าพรรคที่ร่วมรัฐบาลมีพรรคใดบ้าง ขณะที่ในส่วนพรรคเพื่อไทยก็คงมีการหารือกันในลำดับต่อไป ผู้สื่อข่าวถามต่อ ตำแหน่งของพรรคเพื่อไทยจะได้กี่เก้าอี้ หลังจากที่พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเสร็จ นายภูมิธรรม ตอบว่า เมื่อวานนี้ตนไม่ได้เข้าหารือด้วย มีเพียงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

“ผมรักทุกกระทรวง”

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เผยว่า ตอนนี้ตนก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่ได้ถูกปลดออก และตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง โดยได้เพิ่มดูแลกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นสายของความมั่นคงให้ตนได้มาดูแล

...

เมื่อถามว่าถึงกระแสข่าวจะไปนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) นายภูมิธรรม หัวเราะก่อนตอบว่า ข่าวตนไปหลายกระทรวงแล้ว มหาดไทยเพิ่งมาเมื่อวาน ก่อนหน้านี้เพิ่งไปอยู่กระทรวงพาณิชย์ แต่ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน ต้องรอนายกรัฐมนตรีสั่ง ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีชื่อไปหลายกระทรวงแต่ชอบกระทรวงไหนมากที่สุด นายภูมิธรรม หัวเราะและยิ้ม ก่อนกล่าวว่า “ผมรักทุกกระทรวง”

ขณะที่ในวันนี้มีกำหนดการจะไปมอบนโยบายที่กระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เหมือนเป็นการดูที่ทำงานในอนาคตหรือไม่ นายภูมิธรรม เผยว่าไม่เกี่ยว ตนไปในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ถือเป็นโอกาสดี เพราะอย่างไรก็ต้องทำงานร่วมกับมหาดไทยอยู่แล้ว

ชี้เหตุผลที่เพื่อไทยอยากได้มหาดไทยคืน

ในเรื่องการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผลงานจะดีขึ้นมากกว่าที่ผ่านมาใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม บอกว่า สิ่งที่เป็นปัญหาที่ผ่านมา คือกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่ต้องนำนโยบายทั้งหมดไปผลักดันให้เกิดขึ้น แต่กลไกยังไม่สมบูรณ์ เป็นอุปสรรคที่จะนำนโยบายไปทำงาน และครั้งนี้พรรคเพื่อไทยคิดว่าจะสามารถผลักดันนโยบายไปถึงประชาชนได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนการปราบปรามยาเสพติด เรื่องปัญหาชายแดนและนโยบายต่างๆ ที่ยังค้างอยู่

“จึงเป็นเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยอยากได้กระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา เพื่อให้นโยบายได้สามารถเดินหน้าอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าน่าจะทำได้ดี และมั่นใจได้ดีว่า 2 ปีหลังจากนี้ ผลงานของรัฐบาลจะพลิกฟื้นได้อย่างดีมาก โดยที่ผ่านมาผลักดันนโยบายไม่ค่อยออก เพราะกลไกมหาดไทยเป็นกลไกที่สำคัญที่สุด”

เมื่อถามต่อไปว่าด้วยสถานการณ์ขณะนี้กังวลเรื่องนิติสงครามหรือไม่ เพราะมีการยื่นร้องรัฐมนตรีหลายเรื่อง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะดูจากคดีที่มายื่นแล้วไม่มีเหตุผลและหลักฐานเพียงพอ หลายประเด็นยื่นโดยไม่มีรายละเอียด และบางเรื่องไม่ใช่ความผิดโดยตรงของนายกรัฐมนตรี จึงไม่กังวลเรื่องนี้ และเวลาที่เหลือเป็นเวลาที่ต้องทำงาน ถ้าเราสามารถผนึกกำลังรัฐบาลให้เป็นเอกภาพทั้งหมดได้ และก็ต้องการความเห็นที่เป็นเอกภาพของคนไทยทั้งหมด หากสามารถร่วมมือกันได้ก็จะสามารถเดินต่อไปได้ เป็นเหตุผลที่พรรคร่วมรัฐบาลร่วมกัน ไม่ได้มีปัญหาที่ทำให้เป็นเงื่อนไข ให้เกิดความไม่แข็งแรงในประเทศ และตนยืนยันได้ว่ารัฐบาลกับกองทัพไม่ได้มีปัญหากัน มีความเป็นเอกภาพ ที่ผ่านมาได้มีการเชิญมาหารือก็ได้รับความร่วมมือมาโดยตลอด ไปจนถึงการปฏิบัติ

มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล 100 เปอร์เซ็นต์

ทางด้านประเด็นการปรับ ครม. ครั้งนี้ ปรากฏชื่อนายพลที่จะมานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม หันกลับมาถามสื่อทันทีว่า “มาแทนผมหรือ” โดยเมื่อถามต่อ หากมีการตั้งฝ่ายทหารมากำกับดูแลกระทรวงกลาโหมจริง พรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ไม่มี เพราะตนก็เคยคุยกับนายกรัฐมนตรีว่าจะดึงทหารเข้ามาช่วยเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามย้ำแสดงว่าตามโผ ครม. ที่ออกมามีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม บอกว่าไม่ใช่ แต่เป็นการมาช่วยตนทำงาน เพราะอยากได้ทีมงานที่มาช่วยทำให้แข็งแรง ซึ่งที่ผ่านมาตนยังไม่เคยตั้งที่ปรึกษาและผู้ช่วยรัฐมนตรีเลย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ารัฐมนตรีช่วย จะเลื่อนขึ้นไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม ตอบว่า ขอให้ไปถามนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ กรณีที่สมาชิกวุฒิสภา ยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีและขอให้ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาล ให้ซ้ำเหมือนกรณีของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายภูมิธรรม บอกว่า เป็นคนละเรื่องและคนละประเด็นกับกรณีของนายเศรษฐา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่ สว. ต้องแก้เกี้ยวและหาทางปกป้องตัวเอง ก็เป็นสิทธิ์ และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ตนก็ไม่ได้อยากให้ใช้คำว่านิติสงคราม เพราะไม่ได้รบกัน แต่เป็นเรื่องของการใช้บทบาทในการฟ้องร้องตามกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นผู้รักษาความยุติธรรมต้องพิจารณาและตัดสินมาเท่านั้นเอง และเราก็ต้องชี้แจงไปในประเด็นต่างๆ เหมือนตนที่เคยถูกฟ้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ทำหนังสือยื่นไป ไม่มีอะไรก็ทำหน้าที่ต่อ เมื่อถามต่อ แสดงว่ายังมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลใช่หรือไม่ แม้บางพรรคจะกระโดดลงเรือออกไป นายภูมิธรรม ตอบว่า “มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะเดินได้อย่างแข็งแรง หลังการปรับคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้ เสร็จเรียบร้อย จะเห็นการทำงานในมิติใหม่ที่ต่างไปจากเดิม”

เตรียมพร้อมแล้ว อพยพคนไทยได้ทันที

ขณะเดียวกัน นายภูมิธรรม ยังเปิดเผยถึงความพร้อมของกองทัพในการอพยพคนไทยในสงครามตะวันออกกลาง ว่า เราเตรียมความพร้อมไว้นานมากแล้ว พร้อมหมดแล้ว รู้เส้นทางลำเลียงทั้งหมด รวมถึงระยะเวลาที่จะต้องใช้ พร้อมมีการประเมินสถานที่ในพื้นที่ หากสถานการณ์เป็นอย่างไรจะต้องดำเนินการขนาดไหน แต่สิ่งสำคัญคือคนของเราที่อยู่ในประเทศต่างๆ ไม่ได้อยู่แบบนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ไปทำงานและมีต้นทุนที่เขาต้องจ่าย อย่างในประเทศอิหร่าน มีประมาณ 300 คน ที่มีความลำบากเพราะเส้นทางลำเลียงใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง แต่มีการดูเส้นทางและประสานไว้ทั้งหมดแล้ว

ส่วนในประเทศอิสราเอล มีประมาณ 3-4 หมื่นคน แต่เส้นทางในการลำเลียงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง วันนี้หากถามผู้ที่เป็นแรงงานอยู่ในประเทศต่างๆ ว่าเขาอยากกลับหรือไม่นั้น ก็คงไม่อยากกลับ หรือแม้แต่บังคับกลับก็ยังไม่อยากกลับ ซึ่งเราได้บอกเขาถึงสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร ย้ำว่าได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว เช่น การนัดหมายเมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง เมื่อเขาเห็นก็คงพร้อมที่จะเดินทางกลับ และเราก็พร้อมที่จะปฏิบัติการอยู่แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงเครื่องบินก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกวัน ดังนั้น หากมีเหตุการณ์ที่รุนแรงและต้องมีการอพยพเราจะดำเนินการทันที

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่มีรายงานข่าวว่าคนที่จะอพยพออกมาจากอิหร่านออกมาได้แค่ทางบก ต้องเหมารถตู้ออกมาในราคาสูงกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐฯ และราคาค่าโดยสารยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า หากต้องการจะอพยพ เราไม่ต้องไปรอเขาเรียกเงิน ย้ำว่าเราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว.