“ภูมิธรรม” ขอจัดการเป็นเรื่องๆ หลัง “สมเด็จฮุน เซน” โพสต์จ่อฟ้องศาลโลกตัดสิน พื้นที่มุมไบ และ 3 ปราสาท เมินข้อเรียกร้อง “สนธิ” จี้เปลี่ยนตัว “ประศาสน์” ประธาน JBC ฝ่ายไทย ชี้ ไม่ใช่เรื่องต้องทำตามอำเภอใจ ผลประโยชน์ชาติสำคัญสุด
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปประชุมติดตามสถานการณ์การคลี่คลายปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชากับนายกรัฐมนตรีที่ จ.สุรินทร์ กรณีที่ สมเด็จฮุน เซน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ล่าสุดกัมพูชาเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการเตรียมเรื่องร้องเรียนต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) เกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนกับประเทศไทย บริเวณมุมไบ วัดตามานทม (ปราสาทตาเมือนธม) วัดตามานทอก (ปราสาทตาเมือนโต๊ด) และวัดตาควาย (ปราสาทตาควาย) ว่า ปัญหานี้ไม่ได้จบเลยทีเดียว แต่ละพื้นที่ต้องใช้เวลาคุยกัน และได้คุยกับกัมพูชาแล้วว่าเฉพาะความขัดแย้งครั้งนี้ต้องการเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นส่วนๆ ไป จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะนี่เป็นข้อตกลงร่วมกัน
ส่วนจะต้องคงมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งไว้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เท่าที่ได้สั่งการไป ทางผู้บัญชาการทหารบกและแม่ทัพภาคที่ 2 ก็รับรู้แล้วว่าเราจะดำเนินการไปตามมาตรการและสภาพแต่ละพื้นที่ ซึ่งไม่ได้ยกระดับมาตรการอะไร และยังไม่ได้มีการปิดด่าน แต่เพียงแค่จำกัดเวลาและคนที่จะเข้า-ออกด่าน ขณะนี้ยังเป็นที่เดิมอยู่ ส่วนที่เป็นจุดเผชิญหน้าก็มีการปรับกำลังไปตามปี 2567 ขณะพื้นที่อื่นไม่มีอะไรยังทำหน้าที่ได้เหมือนเดิม
...
เมื่อถามว่าจะมีผลกระทบอื่นตามมา เหมือนกรณีเขาพระวิหารหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า กรณีเขาพระวิหารก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกัน แต่จะเป็นบทเรียนบางส่วนได้ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้ว เราจะไม่เอามาพูดถึง แต่ขณะนี้เรื่องที่เจรจาทุกอย่างมีการเตรียมการแต่ไม่สามารถพูดได้
สำหรับข้อเสนอของกลุ่มมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนตัว นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน JBC ฝ่ายไทย ซึ่งเป็นอดีตทูตไทยประจำกรุงพนมเปญนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า ผู้ที่อยู่กับปัญหาและคนที่อยู่ในพื้นที่น่าจะรู้ดีที่สุดว่าสถานการณ์ ณ ตอนนี้เป็นอย่างไร จึงต้องให้คนที่เกี่ยวข้องพิจารณา รัฐบาลก็ดูที่ข้อเท็จจริงและเหตุผล เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทำตามอำเภอใจหรือใครอยากได้อะไร แต่เป็นเรื่องที่ประเทศชาติปัญหาอยู่ตรงไหน และใครจะรักษาผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการเดินหน้าฟ้องฝ่ายเดียวของทางรัฐบาลกัมพูชา จะทำให้ไทยได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรม ย้ำว่ารัฐบาลไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลก ถ้าจะฟ้องฝ่ายเดียวก็ฟ้องไป คนไม่ยอมรับก็ไม่ได้เข้า แต่จะมีเงื่อนไขอย่างอื่นที่เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งตนเองไม่อยากพูดตอนนี้ จะให้คนที่เกี่ยวข้องหรือกรมสนธิสัญญาเป็นคนพูดเรื่องนี้จะดีกว่า.