“นายกฯ อิ๊งค์” แจงย้ำ หารือทุกระดับทำสถานการณ์คลี่คลายชายแดนไทย-กัมพูชา ลั่น ไม่รับเขตอำนาจศาลโลก ขอใช้คำว่า “ปรับกำลัง” ให้เกียรติกัน หันมายิ้มแต่ไม่ตอบปมเอกสาร 21 สส.รวมไทยสร้างชาติ ขอปรับ ครม.
เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการคลี่คลายสถานการณ์ ผลออกมาค่อนข้างเรียบร้อยดี มีการประสานความร่วมมือตามกรอบทวิภาคี รวมถึงคุยกันระหว่างกระทรวงและทุกหน่วยงาน พร้อมกันนี้ตนได้พูดคุยกับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ประสานงานกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาสามารถเจรจากันด้วยสันติวิธี ทำให้ไม่มีการปะทะกันที่รุนแรง โดยในระดับพื้นที่หน่วยงานความมั่นคงและกองทัพได้มีการประสานกับผู้นำเหล่าทัพของกัมพูชาหลายครั้ง ทำให้การพูดคุยเป็นไปด้วยดี
ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน ได้ส่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อมาขอความร่วมมือแก้ไขบริเวณที่มีการพิพาท ทำให้มีความเข้าใจกันมากขึ้น รวมถึงมีการปรับกำลังพลในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทให้อยู่ในสถานการณ์ปกติ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ยังมีกำลังพลตามเดิม ซึ่งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ได้เน้นย้ำในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) วันที่ 14 มิถุนายนนี้ โดยมีการคอนเฟิร์มในทุกระดับ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ระดับนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันวันที่ 14 มิถุนายนนี้ มีการประชุมเกิดขึ้นแน่นอน
...
น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อไปถึงกรณีที่กัมพูชาประสงค์จะส่งเรื่องไปยังศาลโลก ว่า “รัฐบาลไทยขอยืนยันว่าไม่รับเขตอำนาจศาลโลก ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการผ่านวิธีทางการทูต ซึ่งเป็นที่ยอมรับในเวทีสากลและมีผลลัพธ์ที่ดีมาโดยตลอด แน่นอนว่าเรื่องนี้บางครั้งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชนได้ เพราะเป็นการเคารพการพูดคุยในเรื่องของข้อมูลของทั้งสองประเทศ ตรงนี้เป็นสิ่งจำเป็นไม่สามารถรายงานได้ตลอด”
พร้อมกันนี้ ได้กำชับมาตรการชายแดนให้เปิด-ปิดตามเวลาที่กำหนด ไม่ได้ปิดด่านถาวรตามที่มีข่าวลือออกมา เพราะทราบดีว่าพื้นที่ตรงนั้นมีการค้าขายระหว่างประเทศ ถ้าปิดด่านถาวรจะส่งผลเสียต่อประชาชน และต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้มีส่วนในการเจรจาในครั้งนี้ เพราะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับหัวหน้าหน่วยทุกคนที่ได้มีรายงานตรงมายังตนตลอด บางอย่างไม่สามารถพูดได้เพราะจะเกิดผลกระทบ แต่มีบางข้อมูลที่เล็ดลอดออกไป ก็ได้บอกกับทางกัมพูชาและมีการตกลงกันได้และเข้าใจซึ่งกันและกัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง โดยเราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยสันติวิธี รวมถึงทำให้ผู้ประกอบการในบริเวณดังกล่าวเกิดความมั่นใจ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตนเน้นย้ำ รัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งการเจรจาทั้งหมดนี้ผ่านไปด้วยดี และขอเน้นย้ำว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นกับประชาชนอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะไม่มีสงครามเกิดขึ้น น.ส.แพทองธาร ตอบสั้นๆ ว่า “ค่ะ” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ามีความมั่นใจกับท่าที สมเด็จฮุน เซน แค่ไหนหลังออกมาโพสต์ข้อความที่มีนัยเชิงลบ เช่น การปรับกำลังไม่ได้เป็นการถอย เหมือนการนอนอยู่แล้วเปลี่ยนท่า น.ส.แพทองธาร ตอบว่า เราสื่อสารในเรื่องนี้ในลักษณะที่คล้ายกันหลายจุด เช่น คำว่าถอยทั้งสองฝ่ายก็ไม่อยากใช้คำนี้ เราใช้คำว่าปรับกำลัง เป็นการให้เกียรติกัน ส่วนที่เขาบอกว่าพร้อมรับมือ เราก็พร้อมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการปะทะในแบบไหนเราต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อน
ส่วนคำถามว่าได้เห็นหนังสือของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่นำโดย นายสุนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอให้รักษาอธิปไตย หรือยัง น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ยังไม่เห็นหนังสือ เพียงแต่ทราบว่ามีการมายื่น ทุกความคิดเห็นรัฐบาลรับฟังอยู่แล้ว เมื่อถามอีกว่าอะไรคือประเด็นหลักในการพูดคุยกับ สมเด็จฮุน เซน และ สมเด็จฮุน มาเนต แล้วทำให้ท่าทีอ่อนลง น.ส.แพทองธาร เผยว่า ทั้งสองประเทศต้องการสันติวิธี และเราพูดคุยตามความจริงใจว่าเรามีความจริงใจแบบนี้ ไม่ต้องการเห็นคนทั้งสองประเทศมีปัญหากัน เราต้องการความสงบ ตอนนี้เราเร่งเครื่องเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า ไม่อยากให้มาเป็นสนามรบหรืออะไร
ขณะที่หนึ่งในข้อเสนอคือการให้ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกให้เป็นสากล และยกเลิกเอ็มโอยู 43 เราจะหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาหลังเกิดความขัดแย้งครั้งนี้เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เราขอพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป เหมือนที่เรายืนยันกับทางกัมพูชาว่าเราขอโฟกัสที่เรื่องข้อพิพาทก่อน ไม่ใช่เอาทุกเรื่องมาปนกันหมด ไม่อย่างนั้นจะไม่ชัดเจนในแต่ละหัวข้อ แต่ทุกเรื่องที่มีปัญหาหรือว่ายังไม่จบ ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายบริหารต้องพิจารณาอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามต่อ พูดได้หรือไม่ว่ารัฐบาลแก้ทีละปมทีละจุด น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “ใช่ค่ะ แก้ทีละปม ทีละจุด”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการปรับ ครม. รวมถึงกรณีเอกสารที่มีลายเซ็น 21 สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ปรับ ครม. ในสัดส่วนของพรรค โดยนายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถาม เพียงหันมายิ้มและเดินออกไปขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที.