ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้หลังรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ปรากฏเกิดปัญหาไปรอบทิศ ไม่ว่าด้านตะวันตก ตะวันออก เหนือ ใต้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้สงบ อยู่กันอย่างมีความสุข
ก็แปลกดีเหมือนกัน
ล่าสุดชายแดนด้านตะวันออกก็ตึงเครียดขึ้นมา ทำท่าจะนำไปสู่สงครามระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งๆที่ผู้นำระหว่าง 2 ประเทศ
ก็ใกล้ชิดสนิทสนมกันดี
ปัญหาพิพาทชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ ระหว่างไทย–กัมพูชานั้นมีมานานแล้ว โดยเฉพาะ “เขาพระวิหาร” ที่เขมรแสบสร้างความเคืองแค้นในใจคนไทย
วันนี้ที่ “ช่องบก” กำลังจะเกิดเหตุทำนองนั้นขึ้นมาอีก
จริงๆแล้วทั้งสองประเทศต่างก็ไม่ต้องการที่จะทำให้เกิดสงคราม เพราะไม่เป็นผลดีแต่อย่างใด เพียงแต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก็มักจะเป็นอย่างนี้
คือการปลุกเร้าความ “รักชาติ” ให้มีเลือดฮึดกันบ้างเป็นธรรมดา
ปัญหาที่ทำให้คนไทยรู้สึกไม่พอใจรัฐบาลก็คือ การตอบโต้ในเกมนั้นเป็นไปอย่างช้าไม่ทันกัมพูชา คงเป็นเพราะคนที่ดูแลรับผิดชอบ
“มือใหม่หัดขับ”!
ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง
เลยดูเหมือนอ่อนเชิงแพ้ทางปืนเขาอยู่ก้าวสองก้าว
ที่สำคัญคือถูกมองไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนถึงแนวทางแก้ปัญหา เพราะผู้นำทั้งสองฝ่ายสนิทสนมกันคือ “ทักษิณ–ฮุน เซน”
จนถูกมองว่า “คู่ศึกนั้นไม่น่ากลัว แต่กลัวไส้ศึกมากกว่า”
ครั้นพอรัฐบาลตั้งหลักได้หลังจากได้มีการประชุมร่วมด้านความมั่นคง โดยเฉพาะบรรดาแม่ทัพนายกองก็ยึดกุมสภาพได้
ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมในที่ตั้งและตอบโต้ด้วยจุดยืนที่ชัดเจน
ประเด็นสำคัญก็คือการข่าวและการสื่อสารต้องรวดเร็วและชัดเจน
...
ดูสถานการณ์แล้วไม่น่าจะมีอะไร แม้กัมพูชาจะพยายามผลักดันเรื่องไปสู่ศาลโลก แต่ไทยไม่เอาด้วยก็ไปต่อไม่ได้
ทุกอย่างน่าจะจบลงอีกไม่นานนี้!
ข่าวขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านกลบข่าวการเมืองไปหลายวัน หรือจะเป็นแผนอาศัยเพื่อนบ้านดับข่าวขัดแย้งในรัฐบาล
ก็น่าจะมีความเป็นไปได้...(ฮา)
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแต่ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลแทบทั้งสิ้น ทำให้เห็นว่าภายใต้ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี
รัฐบาลมีแต่ความอ่อนแอจนทำให้ความเชื่อมั่นวูบลงไปอีกหลายเท่า
การปรับ ครม.แทนที่จะทำให้รัฐบาลเข้มแข็งและมีเสถียรภาพมากขึ้น กลับกลายเป็นความขัดแย้งสูงขึ้น
พูดง่ายๆว่า ระส่ำระสายเจียนอยู่เจียนไปในอีกไม่นาน
เพราะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความร้าวฉานมากยิ่งขึ้น
“ภูมิใจไทย” ย่อมไม่พอใจที่ “เพื่อไทย” หักดิบด้วยการยึดกระทรวงมหาดไทยที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งเต็มก้นอยู่
จะแลกเปลี่ยนกระทรวงสมน้ำสมเนื้อแค่ไหน?
ก็มิอาจทำใจได้!
สถานการณ์การเมืองในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีหลายเรื่องราวมาบรรจบกันพอดี น่าเห็นทิศทางแล้วว่าการเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป
ทั้งเรื่องชั้น 14 รพ.ตำรวจ ซึ่งมีปมใหญ่สุดและปฏิกิริยาจากการปรับ ครม.
สงสัยจะได้เลือกตั้งกันใหม่อีกไม่นานนี้แน่!
“ลิขิต จงสกุล”
คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม