“ภูมิธรรม” ขอสื่ออย่าตื่นตระหนก ย้ำชัดถก JBC ร่วมไทย-กัมพูชาไม่มีคุยเรื่องพื้นที่ 4 ปราสาทอยู่แล้ว นัดประชุม สมช. พรุ่งนี้ (6 มิ.ย. 2568) ประเมินสถานการณ์ ต้องยกระดับถึงขั้นต้องปิดชายแดนหรือไม่ ลั่นทหารพร้อมปกป้องอธิปไตยทุกเวลา

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการออกแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาที่จะไม่มีการนำเรื่องพื้นที่ 4 แห่ง ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย กับพื้นที่มุมไบ มาพูดคุยในการประชุม JBC วันที่ 14 มิ.ย. 2568 เพราะกัมพูชาได้ยื่นให้ศาลโลกเป็นผู้ตัดสินไปแล้ว โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องอ่านให้จบและครบถ้วน ซึ่งในแถลงการณ์ที่กัมพูชาได้ออกมาล่าสุดก็ระบุชัดเจนว่าในการประชุม JBC จะไม่เอาวาระ 4 ปราสาทมาหารือกัน ซึ่งในการประชุมก็ไม่มีวาระนี้อยู่แล้ว การออกข่าวแบบนี้ควรเช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์ และการให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าตนเองก็พูดชัดเจนว่าไม่เอาเรื่องอื่นเข้ามาในการประชุม JBC จะคุยกันเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเดียว ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะจุดที่เป็นปัญหาเป็นเรื่องขัดแย้งกัน

ยันไม่ยอมรับศาลโลก

นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่าส่วนเรื่องศาลโลกก็แจ้งไปแล้วว่ามติ ครม. วันที่ 19 มีนาคม 2567 ถือว่าเราไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก แล้วขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร ส่วนทางกัมพูชาจะเอาเรื่องไหนเข้าไปให้ศาลโลกพิจารณาก็เป็นเรื่องของกัมพูชา เราไม่สามารถไปห้ามได้ ส่วนการประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ยังมีเหมือนเดิม จุดที่มักคุยกันก็คือจุดที่ขัดแย้งคือต้นสัตยาบัน และที่มีการยิงกันอยู่ตอนนี้

พรุ่งนี้ชัด ปิดด่านหรือไม่ 

...

ส่วนที่กัมพูชายังพยายามตอกย้ำและหยิบเอาประเด็น 4 ปราสาทขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมและฟังสถานการณ์ การออกมาย้ำจะเป็นการยิ่งจุดประเด็นและเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ขึ้นหรือไม่นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าสถานการณ์ในพื้นที่ที่ตนเองไปเมื่อวาน (4 มิ.ย. 2568) ก็ไม่มีอะไรมีปัญหา เพียงแต่แต่ละฝ่ายก็ตรึงกำลังและทำหน้าที่ของตนและรอว่าสถานการณ์จะจบยังไง แต่หากสิ่งที่คิดไว้ว่าสถานการณ์ไม่จบดี อันนั้นก็จะตึงเครียด ซึ่งจะต้องมาตรการต่อไปและไทยได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว ก็ขอให้มั่นใจในสิ่งที่ทำอยู่ ขณะที่การประชุม JBC ก็มีกลไกที่คุยกันตลอดเวลา ถ้าคุยกันแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการก็จะเพิ่มและการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติวันพรุ่งนี้ (6 มิ.ย. 2568) จะมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกันและหยิบเอาทุกอย่างมาพิจารณาและดูว่ามาตรการที่ไทยกำลังทำอยู่ตอนนี้พร้อมเพรียงหรือยัง หรือคิดว่าจะต้องเพิ่มขนาดไหนที่ประชุมจะพิจารณาร่วมกัน ส่วนถึงขั้นต้องปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชาหรือไม่รอให้มีการประชุมวันพรุ่งนี้ก่อน

ยืนยันมาตรการสันติ

นายภูมิธรรมยังย้ำว่าฝ่ายไทยไม่ใช่เป็นฝ่ายตั้งรับ แต่ยังยืนยันในมาตรการเดิม เป็นมาตรการที่จะแสวงหาความสันติ ซึ่งตนเองได้คุยกับรัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชา และได้ขอร้องให้ฝ่ายทหารทบทวนซึ่งต้องรอเพราะเรื่องนี้ก็มีกระบวนการในการดำเนินการอยู่

มั่นใจทหารไทยมีวินัย

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการควบคุมอารมณ์ของทหารไทยที่อาจจะเพิ่มความดุเดือดขึ้นเมื่อฝ่ายกัมพูชาตอกย้ำปัญหาของพื้นที่ที่ขัดแย้งว่า  หลังจากที่ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่สองเมื่อวานนี้ (4 มิ.ย. 2568) และได้คุยกับผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีบนฐานเนิน 500 ทหารก็อยู่ในหน้าที่มีวินัยดีไม่มีปัญหา และพร้อมถ้าจำเป็นจะต้องปกป้องอธิปไตย ไม่ต้องห่วงเราเตรียมพร้อมไว้ตลอดอยู่แล้ว และถ้าเราตัดสินใจยกระดับจะเป็นระดับไหนก็มาคุยกัน แต่ถ้าหากเราเห็นว่าจำเป็นแล้วที่จะต้องยกระดับก็มาคุยกันแต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้บอกว่าจะยกระดับ เพียงแต่คุยว่าทุกฝ่ายจะมาพูดคุยกันตอนนี้จึงไม่มีอะไรน่ากังวล เมื่อถามต่อว่าหากสถานการณ์ในอนาคตยกระดับความตึงเครียดขึ้น ผู้ที่ตัดสินใจจะเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องมันยังไม่เกิด ส่วนจะยกระดับถึงขั้นไหนก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์อย่าไปสมมุติ เพราะหากสมมติก็จะเรื่องราวเต็มไปหมดแต่หากสถานการณ์อยู่ในระดับไหนก็ต้องมีการรายงานขึ้นมา