พรรคเพื่อไทยขอบคุณสภาฯ ผ่านร่างงบประมาณ 2569 มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบวาระถึงปี 70 พร้อมลุยตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 20 บาทก่อนใช้จริง ก.ย.นี้ ย้ำ “ทักษิณ” ไม่ได้ครอบงำ ปรับ ครม. อำนาจนายกฯ เพียงผู้เดียว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2568 นายดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวประจำสัปดาห์ที่พรรคเพื่อไทย โดยขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) สส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ที่ร่วมกันอภิปรายและโหวตรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 1 โดยมีข้อแนะนำ ท้วงติง ข้อเสนอแนะในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะงบประมาณที่ไม่จำเป็นต่างๆ ต้องขอบคุณฝ่ายค้านและหวังว่าฝ่ายค้านจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพูดคุยในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) วาระ 2 รวมถึงต้องขอบคุณข้าราชการทุกกระทรวงที่ร่วมกันทำงานอย่างหนักในการจัดเตรียมทำงบประมาณต่อไป

นอกจากนี้ สภาฯ ยังได้ร่วมลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมฯ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จากนี้ก็จะนำ พ.ร.บ. ตั๋วร่วมฯ เข้าสู่การพิจารณาชั้น กมธ. โดยเร็ว และเมื่อพิจารณาในวาระ 2-3 และชั้นวุฒิสภาเสร็จสิ้น คาดว่าเดือนกันยายน 2568 คนกรุงเทพฯ ก็จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยการเสียค่าเดินทางรถไฟฟ้าเพียง 20 บาท ตามนโยบายลดรายจ่ายให้พี่น้องประชาชน และยังช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องขอบคุณสมาชิกสภาฯ ทุกท่านที่ร่วมโหวตเห็นชอบในวาระ 1 ที่ผ่านมา

...

ส่วนประเด็นความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยขอเป็นกำลังใจให้กับทหารที่ปกป้องอธิปไตยประเทศอย่างแข็งขัน และก็เชื่อว่าคนไทยทุกคนก็ร่วมใจขอบคุณทหารกล้าด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเราได้รับข่าวสารเรื่องการปะทะกันเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม จากนั้นวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้บัญชาการทหารบกของทั้ง 2 ประเทศ ได้พบปะพูดคุยกัน จากนั้นก็ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกเลย จึงอยากฝากพี่น้องประชาชนว่าเจ้าหน้าที่ทหารพยายามทำงานเต็มที่เพื่อให้เหตุการณ์เข้าสู่ความสงบสุขโดยเร็ว

แต่ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเช่นกันในโลกออนไลน์มีข่าวปลอม ข่าวปั่นปลุกปั่นอยู่มากมาย จึงฝากพี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ซึ่งในส่วนทางพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ทราบว่าทุกฝ่ายจะพยายามทำงานเต็มที่เพื่อให้ปัญหาการกระทบกระทั่งชายแดนเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนทั้งความมั่นคง ไม่กระทบกระเทือนการค้าขายชายแดนและขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์กระทบกระทั่งนั้นจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ปรับ ครม. อำนาจนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว

นายดนุพร กล่าวต่อถึงประเด็นที่สื่อมวลชนถามถึงเรื่องจะมีการปรับ ครม. หรือไม่ ว่า การปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว พรรคเพื่อไทยพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง การปรับ ครม. จะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ถ้ามีการปรับ ครม. ก็เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์บ้านเมือง ให้สอดคล้องกับงบประมาณต่างๆ สอดคล้องกับปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่

ทั้งนี้ การปรับ ครม. โดยสลับกระทรวงหรือไม่ เป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลและมีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค การปรับกระทรวงต่างๆ คงต้องได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมทุกพรรค ถ้าจะมีการปรับ ครม. เพื่อให้ ครม. ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน และเราก็มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะเดินหน้าทำงานหนักต่อไปจนครบวาระของสภาผู้แทนราษฎรคือ 4 ปี และพร้อมเลือกตั้งใหม่ในปี 2570

ผลโหวตสะท้อนรัฐบาลเป็นปึกแผ่น ดับกระแสเสี้ยมโหวตคว่ำ

ทางด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ช่วยอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2569 ตั้งข้อสังเกตมาตลอด 4 วัน ในวาระที่ 1 โดยเฉพาะ สส. พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ต้องขอบคุณเป็นพิเศษที่โหวตเห็นชอบด้วยคะแนนท่วมท้น ผลโหวตสะท้อนถึงเสถียรภาพรัฐบาลเป็นปึกแผ่น แข็งโป๊ก สวนทางกระแสข่าวที่ปั่นกันก่อนหน้านี้ว่าจะมีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคคว่ำร่างงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ได้พิสูจน์ชัดแล้ว

“รัฐนาวาภายใต้การนำของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังเดินหน้าเพื่อนำประเทศและประชาชนออกจากวิกฤติได้ งบประมาณ 2569 เป็นงบประมาณปีที่ 3 ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยบริหารจัดทำงบประมาณ ขอให้เชื่อมั่นจะพิจารณาให้เกิดความเหมาะสมของงบประมาณ คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีทุจริต จะขับเคลื่อนการทำงานทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน”

ยัน “ทักษิณ” ไม่ได้ครอบงำ

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไป ส่วนกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอพรรคเพื่อไทยยึดคืนกระทรวงมหาดไทยกลับมาบริหารเองนั้น เรื่องนี้ห่างไกลคำว่าครอบงำพรรคมาก นายทักษิณ เพียงตอบคำถามว่าในช่วง 2 ปีที่เหลือ รัฐบาลต้องเร่งสร้างผลงาน เป็นเพียงการตอบคำถามปกติต่อสื่อมวลชน ไม่ได้ครอบงำ สั่งการกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ห่างไกลจากการตีความไปบงการกิจกรรมพรรคในเรื่องที่สมาชิกหรือกรรมการบริหารพรรคควรตัดสินใจ

อีกทั้ง น.ส.แพทองธาร ยืนยันหนักแน่นมาตลอดว่า มีอำนาจเต็มในการปรับ ครม. นายทักษิณครอบงำไม่ได้ หากจะปรับ ครม. พรรคเพื่อไทยจะคุยกันเป็นการภายใน ที่สำคัญยังไม่มีการปรับ ครม. ช่วงนี้ จึงไม่เข้าปัจจัยใดคำว่าครอบงำพรรค คนที่ติดตามการเมืองทราบดี รัฐบาลต้องสร้างผลงานให้ประชาชนพึงพอใจตลอด 4 ปี ระยะสำคัญคือก่อนเลือกตั้งต้องเร่งสร้างคะแนนนิยม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการเลือกรัฐบาลครั้งต่อไป นายทักษิณ เพียงวิเคราะห์ด้วยประสบการณ์ มองจากภายนอกเข้าไป จึงห่างไกลจากการครอบงำพรรค