คดีฮั้วเลือก สว. กระแสข่าวสะพัด กกต. จ่อแจ้งข้อหา 60 สมาชิกวุฒิสภา ด้าน “อิทธิพร” ประธาน กกต. ตอบปฏิเสธสั้นๆ ไม่มีมูล ได้ยินแต่ข่าว
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์โดยปฏิเสธกระแสข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (8 พฤษภาคม 2568) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการทยอยเรียกแจ้งข้อกล่าวหาบรรดาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลอตแรกจำนวน 60 ราย ส่วนใหญ่ล้วนเป็น สว.คนดัง ในคดีฮั้วเลือก สว. ผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 32 มาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 70 และมาตรา 77 โดยนายอิทธิพร กล่าวสั้นๆ ว่า “เรื่องนี้ไม่มีมูล ได้ยินแต่ข่าว”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้สื่อหลายสำนักมีรายงานข่าวตรงกันว่า ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ กกต. จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา 60 สว. พัวพันกับคดีฮั้วเลือก สว. โดยบุคคลที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาล้วนมีพฤติการณ์และพยานหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิด ไม่ได้ถูกเลือกเป็น สว. โดยสุจริตเที่ยงธรรม หรือมาโดยการฮั้ว กระบวนการหลังจากนั้น สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา จะต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ กกต. เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เนื่องจาก กกต. เป็นระบบไต่สวน
ฉะนั้น หากเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วไม่มาพบเจ้าหน้าที่ ก็ถือว่าประสงค์ไม่ให้การชี้แจง แต่จะไม่ถึงขั้นขอศาลออกหมายจับ โดย กกต. จะเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาเรื่องการทุจริตเพื่อออกใบแดง และส่งเรื่องเพิกถอนสิทธิ สว. ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต. เพิ่มเติม โดยแหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยว่าเรื่องดังกล่าว กกต. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. และเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ ร่วมกันดำเนินการไต่สวน กรณีมีการกล่าวหาการได้มาซึ่ง สว. ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ซึ่งเป็นขั้นที่ 1 ของการดำเนินการตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 กรณีถ้าการดำเนินการไต่สวนแล้วมีมูลหรือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. จะมีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหาตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 เพื่อให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว
...
โดยการดำเนินการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ยังอยู่ในขั้นที่ 1 เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะเสนอสำนักงาน กกต. เลขาธิการ กกต. หรือรองเลขาธิการ กกต. ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาตามขั้นที่ 2 ส่วนขั้นที่ 3 เสนอคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง และขั้นที่ 4 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เสนอให้ กกต. พิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการ ดังนั้น ข่าวที่ปรากฏจึงคลาดเคลื่อนจากขั้นตอนตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566