“วันนอร์” งง ไม่รู้ศาลาแก้วมีไว้ทำอะไร ชี้ ไม่จำเป็นต้องได้ทุกอย่าง เผย รัฐสภาเป็นสถาบันของชาติ อยากให้มองแล้วรู้สึกมีศักดิ์ศรีและสง่างาม ย้ำทำทุกอย่างต้องโปร่งใส

วันที่ 6 พ.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์การของบประมาณปรับปรุงพื้นที่อาคารรัฐสภา ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่า ความจริงไม่ได้เป็นการต่อเติมอาคารรัฐสภา เพราะอาคารรัฐสภาสร้างเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์มีการตรวจรับแล้ว แต่เป็นการเติมสิ่งที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์ขึ้น เช่น ห้องประชุมชั้น B2 ที่สร้างเสร็จแล้วจุได้ 1,500 คน แต่ไม่มีโต๊ะ, ไม่มีเก้าอี้, ไม่มีเวทีการประชุม, ไม่มีจอ, ไม่มีเครื่องเสียง, ไฟไม่สว่าง คณะกรรมการกิจการสภาฯ ตลอดจนผู้บริหารของสภาเห็นว่าควรทำให้สมบูรณ์เพื่อใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เราทำงานที่สภาฯ มา 5-6 ปีแต่ไม่มีใครกล้าไปทำ เพราะว่ายังไม่ได้รับมอบ ส่วนเรื่องศาลาแก้วที่ถูกพูดถึง ก็ไม่สามารถใช้การได้

เชื่อไม่ได้ทั้งหมด

ขั้นตอนของงบประมาณขณะนี้ เป็นการเสนอเข้าไปสู่สำนักงบประมาณ ซึ่งสำนักงบประมาณก็จะตัดทอนลงไปอีก บางอย่างอาจไม่ได้เลยก็ได้หากไม่มีความจำเป็น เช่น งบประมาณออกแบบที่จอดรถที่ไม่ได้ทั้งหมดเพราะยังจำเป็นน้อย บางอย่างจำเป็นแต่ราคาไม่ตรงก็ต้องตัดออก เมื่อผ่านสำนักงบประมาณแล้วรัฐบาลก็จะส่งมาให้กรรมาธิการพิจารณา ก็จะมีการตัดลดทอนลงไปอีก ในทุกขั้นตอนตนเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่มีการตรวจสอบ ตนอยากให้งบประมาณของสภามีความโปร่งใสมากที่สุด เพราะเป็นหน่วยงานของนิติบัญญัติในการควบคุมดูแลทุกฝ่าย การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ได้ช่วยตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส เป็นเรื่องที่ดี

...

นายวันมูหะมัดนอร์ เชื่อว่า เมื่อเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมาธิการงบประมาณในสภาผู้แทนราษฎรก็จะมีการตัดออกอีก และถ้าสภาผู้แทนราษฎรยังติดใจก็สามารถสงวนคำแปรญัตติและมาอภิปรายเพื่อตัดในสภาได้อีกรอบหนึ่ง สำหรับสภาไม่มีปัญหา อยากให้ทุกฝ่ายได้ตรวจสอบ

สภาเป็นสถาบัน ต้องสง่างาม

“สภาเป็นสถาบันของชาติ ผมอยากจะให้เห็นว่าทำอะไรด้วยความโปร่งใสและมีความถูกต้อง ขณะเดียวกันมีความสมบูรณ์มีศักดิ์ศรีด้วย เช่น ประชาชนเข้ามา ก็จะเห็นว่านี่คือสถาบันของเขาดูแล้วสง่างาม มีศักดิ์ศรีแก่คนใช้ และสภาไม่ใช่แค่เฉพาะสมาชิกสภาเท่านั้น ประชาชนก็มาใช้ได้ นักเรียนนักศึกษา ทูต ผู้นำประเทศต่าง ๆ เข้ามาเยี่ยมชมสภา เราก็อยากทำอะไรให้มันอยู่ในเกณฑ์ของมาตรฐานไม่ใช่ทำอะไรให้มันพอเสร็จ ๆ ให้มันเป็นมาตรฐานและเกิดความภาคภูมิใจในตัวของสถาบันนิติบัญญัติของชาติ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ไม่จำเป็นต้องได้ทุกอย่าง

ส่วนการตั้งงบประมาณแบบนี้เป็นการของบแบบเผื่อตัดหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ทุกอย่างเวลาขอก็คงมีมาตรฐาน สำนักงบประมาณก็จะดูความจำเป็น ว่างบประมาณก้อนใหญ่มีเท่าไหร่ ฝ่ายรัฐบาลนำไปบริหารเท่าไหร่ ฝ่ายตุลาการเท่าไหร่ ฝ่ายสภาขอเท่าไหร่ เขาไม่ได้ให้ทุกอย่างแต่ให้ตามความจำเป็น ราคาจะถูกจะแพงก็อยู่ที่การกำหนดราคากลางตามระเบียบ ซึ่งมีสำนักนายกฯ ที่ดูแลเรื่องการจัดซื้อ กรมบัญชีกลาง กรมโยธาธิการ และอะไรที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรม ก็ต้องให้กรมศิลปากรเข้ามาช่วยกำหนดด้วย อะไรที่ว่าแพงไป แต่เมื่อหน่วยงานบอกมาแบบนั้น ก็ต้องเห็นด้วยในหลักวิชาแต่ทุกอย่างต้องโปร่งใส แต่ไม่จำเป็นต้องได้ทุกอย่าง

สำหรับกรณีศาลาแก้วที่ยังไม่ได้มีการใช้งาน แต่ไปปรับปรุงนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ เผยว่า ศาลาแก้วยังไม่ได้ใช้งาน “ก็ยังไม่ทราบว่าตอนที่สร้างสร้างไว้ทำไม เพราะดูจากตึกและศาลาแก้ว ไม่รู้ว่ามันสัมพันธ์กันอย่างไร แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วและตรงนั้นเป็นลานสำหรับที่ตั้งของพระบรมรูปรัชกาลที่ 7 ศาลาแก้วทั้งสองข้างนั้น อาจเป็นส่วนหนึ่งสำหรับการประกอบพิธีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการที่มีงบประมาณเข้าไป เป็นการปรับปรุงให้ใช้งานได้ ทำแล้วไม่ได้ใช้งาน ก็ไม่ได้ประโยชน์” ประธานรัฐสภา กล่าวและว่า ตนไม่ได้เป็นคนสร้างแต่เป็นผู้ที่เข้ามาบริหาร จะทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ใช้ประโยชน์ให้กับประชาชนไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่สภาฯ