“ไอติม พริษฐ์” ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เปิดคำของบประมาณ 2569 ของรัฐสภา จับตา 15 โครงการมูลค่ามหาศาล รวมกว่า 2,700 ล้านบาท เน้นปรับปรุง ติดตั้งระบบ เติมแต่ง อาคารรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ถึงคำของบประมาณ 2569 ของรัฐสภา ที่จับตา 15 โครงการมูลค่าสูง ทั้งการปรับปรุง ติดตั้งระบบ เติมแต่ง อาคารรัฐสภา

นายพริษฐ์ ระบุว่า ในช่วงเดือนนี้ที่สภาผู้แทนราษฎรเข้าใกล้กระบวนการพิจารณางบประมาณ 2569 ตนและ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตัดสินใจเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเมืองและการยกระดับประชาธิปไตย เช่น สภาฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจงคำของบประมาณของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ กมธ. ได้ทำการศึกษาและตรวจสอบในเบื้องต้น

การประชุมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นคิวของงบประมาณ 2569 ของสภาฯ ซึ่งมีหลายข้อคำถามและข้อสังเกตเบื้องต้นที่ทาง สส. ผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วนมีการสื่อสารต่อสาธารณะไปบ้างแล้ว ประเด็นหลักที่ทาง กมธ. ขอให้หน่วยงานชี้แจง คือ “โครงการใหม่ที่หน่วยงานเห็นว่าสำคัญและใช้งบประมาณในวงเงินสูง” ทั้งที่ได้ขอไปและสำนักงบประมาณอนุมัติ รวมถึงที่ขอไปและสำนักงบประมาณไม่อนุมัติ โดยทางหน่วยงานได้ระบุมาทั้งหมด 15 โครงการ หากรวมทั้งหมดจะมีจำนวนคำของบประมาณอยู่ที่ 2,773 ล้านบาท ดังต่อไปนี้

...

10 โครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2569 โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (รวม 956 ล้านบาท)

  • ก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่พิพิธภัณฑ์รัฐสภา (รวมค่าจ้างที่ปรึกษา) จำนวน 44 ล้านบาท
  • พัฒนาระบบภาพยนตร์ 4D ห้องบรรยายใหญ่ B1-2 จำนวน 180 ล้านบาท
  • ปรับปรุงไฟส่องสว่างเพิ่มเติมบริเวณห้องประชุมสัมมนาชั้น B1 และ B2 จำนวน 117 ล้านบาท
  • ปรับปรุงศาลาแก้ว 2 หลัง จำนวน 123 ล้านบาท
  • ปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ จำนวน 118 ล้านบาท
  • ปรับปรุงพื้นที่ครัวของอาคารรัฐสภา จำนวน 117 ล้านบาท
  • ติดตั้งภาพและเสียงประจำห้องจัดเลี้ยง ชั้น B2 จำนวน 99 ล้านบาท
  • จัดซื้อจอ LED Display จำนวน 72 ล้านบาท
  • พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ส่วนภูมิทัศน์และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 43 ล้านบาท
  • ปรับปรุงห้องจัดเลี้ยง ชั้น 1 โซน C จำนวน 43 ล้านบาท


5 โครงการที่หน่วยงานทำคำขอ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2569 โดย ครม. (รวม 1,817 ล้านบาท)

  • ก่อสร้างอาคารจอดรถรัฐสภา (เพิ่มเติม) (รวมค่าควบคุมงานและค่าจ้างที่ปรึกษา) จำนวน 1,529 ล้านบาท
  • ออกแบบและตกแต่งฉากหลังบัลลังก์ประธานสภาฯ ในห้องประชุมสุริยัน จำนวน 133 ล้านบาท
  • จัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัย จำนวน 74 ล้านบาท
  • ระบบป้องกันฝุ่นพิษ PM2.5 และเสริมสร้างคุณภาพอากาศ จำนวน 50 ล้านบาท
  • จ้างงานซ่อมแซมปรับปรุงเสาไม้สัก จำนวน 31 ล้านบาท


แม้ตัวแทนในที่ประชุมเป็นตัวแทนจากสำนักที่ไม่ใช่เจ้าภาพหลักของโครงการ จึงยังไม่มีข้อมูลมาชี้แจงรายละเอียดของโครงการต่อ กมธ. แต่ข้อมูลที่ทำให้สะดุดใจและข้อสังเกตที่ตนมีเบื้องต้นคือ

1. โครงการส่วนใหญ่เน้นไปที่การก่อสร้าง เติมแต่ง ติดตั้งระบบในส่วนต่างๆ ของอาคารรัฐสภา ทั้งที่รัฐสภาเพิ่งถูกสร้างด้วยงบประมาณ 22,987 ล้านบาท และเพิ่งเปิดใช้การมาแค่ประมาณ 5 ปี แม้อาจมีการให้เหตุผลว่าอาคารรัฐสภาถูกก่อสร้างตามสัญญาตั้งแต่กว่า 10 ปีก่อน จึงทำให้บางส่วนไม่ได้ระบุไว้ในแบบ แต่ตนเห็นว่าตรงนี้ยิ่งทำให้เราต้องตรวจสอบโดยละเอียดว่าสิ่งที่ขอให้มีการเพิ่มเติมนั้นมีความจำเป็นต่อการใช้งานและการทำหน้าที่ของสภาฯ จริงๆ หรือไม่

2. บางโครงการก็น่าตั้งคำถามถึงความจำเป็น (แม้ ณ เวลานี้ กมธ. รับทราบแค่ชื่อและข้อมูลเบื้องต้นของโครงการ โดยทางเราขอให้มีการส่งเอกสารเพิ่มเติมมาในสัปดาห์นี้) เช่น การปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ จำนวน 118 ล้านบาท ทั้งๆ ที่เป็นห้องที่ใช้งานได้ปกติมาโดยตลอด และยากที่จะเห็นถึงความจำเป็นใดๆ ในการปรับปรุงขนาดใหญ่ด้วยงบประมาณขนาดนี้ ที่ตลกร้ายคือห้องนี้เป็นห้องที่ กมธ.วิสามัญงบประมาณใช้ในทุกปี เพื่อไล่ตรวจสอบความคุ้มค่าของงบประมาณของทุกหน่วยงานในประเทศ อีกโครงการคือ การออกแบบและตกแต่งฉากหลังบัลลังก์ประธานสภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุมสุริยัน จำนวน 133 ล้านบาท ซึ่งดูเป็นการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือยและไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการทำให้การประชุมสภาฯ มีประสิทธิภาพขึ้น

ตอนที่ทาง กมธ. ได้บรรจุวาระเพื่อตรวจสอบงบประมาณของสภาฯ มีการตั้งคำถามจากบางส่วนกลับมาที่พวกเรา ว่าการตรวจสอบงบประมาณเกี่ยวข้องอะไรกับ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตนเห็นว่าเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะมุมหนึ่งในฐานะที่สภาผู้แทนราษฎรเป็นสถาบันการเมืองระดับชาติองค์กรเดียวที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง หากงบประมาณถูกใช้อย่างถูกจุด องค์กรจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการผลักดันการแก้ไขกฎหมาย การสะท้อนความทุกข์ร้อนของประชาชน และการตรวจสอบ เสนอแนะฝ่ายบริหาร

แต่ในทางกลับกัน ในฐานะที่สภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรที่อนุมัติและชี้ขาดว่างบประมาณจากภาษีประชาชนในแต่ละปี จะถูกจัดสรรไปที่หน่วยงานใด โครงการอะไร หากงบประมาณของสภาฯ เองถูกใช้อย่างไม่สมเหตุสมผล สภาผู้แทนราษฎรอาจสูญเสียความชอบธรรมในการตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานอื่น และทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในสภาฯ น้อยลง ซึ่งย่อมส่งผลต่อสุขภาพของประชาธิปไตยเรา

“ไม่ว่าจะงบประมาณจะมีที่มาอย่างไร หรือถูกตั้งมาโดยใคร ณ เวลานี้ยังไม่สายเกินไปที่พวกเราผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายจะร่วมกันทำการตรวจสอบและปรับลดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานตนเองเช่นกัน ในขั้นตอนถัดไป ทาง กมธ. จะทำการตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อได้รับเอกสารรายละเอียดคำชี้แจงกลับมาจากหน่วยงาน โดยในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ (8 พฤษภาคม 2568) ทางเราได้เชิญสำนักที่เป็นเจ้าภาพของแต่ละโครงการมาซักถามข้อมูลเพิ่มเติม และพา กมธ. สำรวจแต่ละโครงการตามจุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในอาคารรัฐสภา”

พร้อมกันนี้ นายพริษฐ์ ยังได้โพสต์คลิปการซักถามและการชี้แจงเบื้องต้นในการประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ให้ประชาชนได้ติดตามย้อนหลังด้วย