รมว.ยุติธรรม จับมือ World Justice Project (WJP) ผลักดัน 6 ประเด็นสำคัญยกระดับหลักนิติธรรมไทยให้เข้มแข็ง ด้านผู้แทน WJP เสนอรัฐบาลไทยแสดงเจตนารมณ์ให้ทุกหน่วยงานทำตามกฎหมาย

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่กระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ดร. พิเศษ สอาดเย็น ที่ปรึกษาด้านกฎหมายมหาชน สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ดร. อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย และคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ได้ให้การต้อนรับ Dr. Alejandro Ponce ผู้อำนวยการ World Justice Project (WJP) และ ดร. ศรีรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ WJP โดยได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและยกระดับหลักนิติธรรมในประเทศไทย

ในการหารือดังกล่าว พ.ต.อ. ทวี ได้กล่าวขอบคุณ WJP สำหรับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างกระทรวงยุติธรรมและ WJP รวมถึงการสนับสนุนรัฐบาลไทยในการยกระดับหลักนิติธรรมผ่านกิจกรรม และความร่วมมือต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม มีความมุ่งมั่นในการยกระดับหลักนิติธรรม ผ่านมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินการตามกรอบนโยบาย และ Quick Win ที่สำคัญ ได้แก่
1. รัฐบาลที่เปิดเผยและโปร่งใส และการขจัดการทุจริต โดยการเปิดเผยและบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และภาคส่วนต่างๆ (Open Government Data)
2. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกนโยบายและกฎหมายภายในประเทศ (People-Centered Policy and Law)

...

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหลักนิติธรรมตามนโยบายทั้ง 2 ด้าน ผ่านมาตรการต่าง ๆ อาทิ การออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นพระราชบัญญัติ เช่น พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในประเทศ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม การยึดถือหลักกระบวนการยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรม ด้วยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ

ในการนี้ WJP ได้ชื่นชมบทบาทนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ 2 ประเด็นที่เสนอยกระดับหลักนิติธรรมไทย พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอีก 4 ประเด็น คือ
1. รัฐบาลควรแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนและแจ้งทุกหน่วยงานให้ทำงานตามกฎหมาย (Play by law) และเปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้ (Open to public) อย่างแท้จริง
2. เสริมสร้างพลังประชาชน (People Empowerment) เพื่อให้ทราบถึงช่องทางการเข้าถึงความยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
3. มองหาโอกาสในการทำงาน (Window of opportunity) โดยจัดลำดับความสำคัญในเรื่องที่สามารถทำได้ก่อน เช่น การทำรัฐบาลเปิด (Open government) ซึ่งจะทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าได้เร็ว
4. ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน (Participatory process) ในการจัดทำนโยบายและกฎหมายต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม และ WJP เพื่อยกระดับหลักนิติธรรมในประเทศ โดย ผู้อำนวยการ WJP ได้เรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วมงาน World Justice Forum 2025 ซึ่งเป็นงานประชุมด้านหลักนิติธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกงานหนึ่งที่จะจัดขึ้น ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ระหว่างวันที่ 24 - 27 มิถุนายน 2568 โดยงานดังกล่าวจะรวบรวมผู้นำระดับโลก ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาและความท้าทายในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อยกระดับหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งต่อไป