รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือชงตั้ง “คณะอนุกรรมการจัดตั้งกรมกิจการคนเข้าเมือง” ศึกษาผลกระทบและความจำเป็นก่อนตั้งเป็นกรม รองรับการขยายตัวของการเคลื่อนย้ายประชากรทั้งคนไทยและคนต่างด้าว

วันที่ 30 เมษายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ให้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดตั้งกรมกิจการคนเข้าเมือง เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยมีภารกิจเกี่ยวข้องกับความมั่นคง การดูแลทุกข์สุข ความเป็นอยู่ของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้งคนไทยและคนต่างด้าว ตลอดจนภารกิจในสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมายอื่น ๆ อันเป็นผลมาจากการเดินทางเข้ามาและออกไปนอกราชอาณาจักร เช่น การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร การขออนุญาตทำงาน การขอมีสัญชาติไทย การเสียสัญชาติไทย การขอมีชื่อในทะเบียนราษฎร ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สามารถนำมาพัฒนาเพื่อปรับปรุงบริการในการเดินทางเข้า - ออกของคนไทยและคนต่างด้าว เพื่อรองรับการขยายตัวของการเคลื่อนย้ายประชากร และสามารถนำฐานข้อมูลไปใช้ประกอบในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตในการให้สิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย เป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและเกิดความประหยัดคุ้มค่า

อีกทั้ง รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการฐานข้อมูลประชากรและการบริการภาครัฐ และมีความพร้อมในการพัฒนาและขยายระบบฐานข้อมูลดังกล่าวโดยใช้งบประมาณจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับที่จะต้องจัดวางระบบใหม่ อันเป็นการสอดคล้องกับการบริหารงานภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงการกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอน การปฏิบัติงานการตอบสนองความต้องการของประชาชน

อีกทั้งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 เห็นชอบให้นายกรัฐมนตรีร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มีอำนาจออกกฎกระทรวงตามร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ..... และเห็นชอบให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรับไปศึกษาผลกระทบและพิจารณาความจำเป็นในการจัดตั้ง “กรมกิจการคนเข้าเมือง”

...

โดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการได้เสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในหลักการตามผลการศึกษาเกี่ยวกับการทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการด้านสังคมและการศึกษาผลกระทบและความจำเป็นในการจัดตั้ง “กรมกิจการคนเข้าเมือง” ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรับไปศึกษาให้ชัดเจนอีกครั้งถึงผลกระทบและความจำเป็นในการนำภารกิจตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองทั้งหมดมารวมไว้เป็นภารกิจของส่วนราชการเดียว ว่าควรรวมภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการผ่านแดนเฉพาะคนหรือทั้งคนและสินค้าทั้งหมด รวมทั้งพิจารณาการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อรองรับภารกิจดังกล่าวให้ได้ข้อยุติว่าควรเป็นหน่วยงานใด โดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้มีการประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และได้มีการชี้แจงข้อมูลในประเด็นบทบาทและภารกิจของหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการชายแดนอย่างมีเอกภาพ โดยรวมกิจการผ่านแดนทั้งคนและสินค้าไว้หน่วยงานเดียวกัน

โดยสภาพปัญหาในปัจจุบันของการปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงแรงงาน, สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงก่อให้เกิดสภาพปัญหา ดังนี้
1. พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้การเคลื่อนย้ายประชากรข้ามประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งเป็น “ประชาคมอาเซียน” จะทำให้การเคลื่อนย้ายประชากรข้ามพรมแดนภายในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง นำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย
2. ปัจจุบันการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามประเทศเป็นไปอย่างเสรีตามหลักสิทธิมนุษยชนและด้วยความสะดวกรวดเร็วในการได้รับบริการจากภาครัฐ จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องจัด “กลไก” ในการให้บริการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเพื่อตอบสนองต่อการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับ “การบริหารจัดการ” มากกว่า “การควบคุม”
3. การปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ต้องใช้การประสานงานและความร่วมมือในการปฏิบัติ จึงทำให้ขาดความเป็นเอกภาพและใช้ระยะเวลานานเนื่องจากไม่มีผู้รับผิดชอบหลัก
4. การให้บริการกับประชาชนยังมีความล่าช้า ขาดการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงในการให้บริการ เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบเพื่อให้การบริหารจัดการภารกิจงานตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเกิดเอกภาพ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเสริมสร้างความมั่นคงภายในประเทศ ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจึงขอให้คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดตั้งกรมกิจการคนเข้าเมือง เพื่อทำหน้าที่จัดทำคำขอจัดตั้ง “กรมกิจการคนเข้าเมือง” สังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้
1. รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (ด้านกิจการความมั่นคงภายใน) เป็นประธาน
2. อธิบดีกรมการปกครอง เป็นรองประธาน
3. อธิบดีกรมการกงสุล, ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, อธิบดีกรมการจัดหางาน, อธิบดีอัยการ, ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, ผู้แทนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
4. หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นเลขานุการ