ประชาธิปัตย์ จัดประชุมใหญ่สามัญปี 67 “เฉลิมชัย” ชี้ พรรควิกฤติ สส.ลดลงเรื่อยๆ แจงปมร่วมรัฐบาลถูกต้อง ปลุกขวัญลูกพรรค ปชป. ต้องกลับมา ด้าน “เจนจิรา” นั่งโฆษกพรรค พร้อมตั้ง คกก.สรรหาผู้สมัคร สส.ชุดใหม่


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 เมษายน 2568 พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ เพื่อรับรองรายงานการดำเนินงานและงบประมาณการเงินในรอบปี 2567 และเลือกโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในนามพรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นำโดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเลขาธิการพรรค รวมถึง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขาดนายชวน หลีภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค ที่ติดภารกิจที่ จ.ระยอง ส่วนแกนนำคนสำคัญ อาทิ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช, นายสมบัติ ยะสินธุ์, นายชัยชนะ เดชเดโช, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค ตลอดจน สส., กรรมการบริหาร, อดีต สส., อดีตรัฐมนตรี ประธานสาขาพรรค ตัวแทนพรรค และสมาชิกพรรค เข้าร่วมการประชุมคับคั่ง

นายเฉลิมชัย กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ซึ่ง 79 ปีที่ผ่านมา เราผ่านร้อนผ่านหนาวและวิกฤติต่างๆ มากมาย มีทั้งรุ่งเรืองและมีทั้งตกต่ำเป็นธรรมชาติทางการเมือง แต่สถานการณ์วันนี้ ด้วยสังคมและบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทำให้พรรคอยู่ในจุดที่วิกฤติอีกครั้ง สส.เราลดลงเหลือ 25 คน เราต้องยอมรับความจริง ดังนั้น เราต้องกล้าเปลี่ยนแปลง กล้าตัดสินใจในการนำพรรคเดินไปข้างหน้า โดยมีหลักการ ยึดอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์มา 35 ปี เป็น สส.มา 24 ปี ถึงวันนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์หรือหลักการ ได้ประสบการณ์และสถานะทางสังคมเพิ่มขึ้น ได้หลายสิ่งที่พรรคให้ ไม่ว่าพรรคจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ตนไม่มีวันทิ้งพรรค จะยืนอยู่กับพวกเราทุกคนนี่คือสำนึก

...

ทั้งนี้ ตนสอบตกการเลือกตั้งปี 2562 เพราะไม่ยอมซื้อเสียง ยอมรับกติกาและภูมิใจในความเป็นประชาธิปไตยสุจริต และภูมิใจในพรรค วันนี้ยังสู้ทุ่มเทและนำประชาธิปัตย์กลับมาให้ได้ ซึ่งความเป็นเอกภาพเป็นสิ่งเดียวที่ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว แต่ทำยาก ถ้าเราทำได้ตนยืนยันว่าเราจะกลับมาทันที 100% เรายังมีเวลาในการช่วยกันขับเคลื่อนพรรค

สิ่งที่คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดนี้ตัดสินใจร่วมรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลัก ตนซึ่งเข้าไปเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะไม่ยอมให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้ประชาธิปัตย์เสื่อมหรือแปดเปื้อน การเข้าร่วมรัฐบาล 7 เดือนกว่าก็เป็นไปตามข้อบังคับของพรรคทุกประการ ซึ่งมีความเห็นต่างได้ แต่ไม่ใช่ทำให้กับองค์กรเสียหาย เพราะประชาธิปไตยคือต้องรู้หน้าที่ตัวเองและเคารพสิทธิผู้อื่น เมื่อเราตัดสินใจมาเป็นรัฐบาลแล้ว เราทำงานเต็มที่ รักษาชื่อเสียงของพรรค และพาพรรคกลับมาในเส้นทางการเมืองให้ได้

“ผมและนายกชาย (เดชอิศม์) เข้าไปเป็นรัฐมนตรี ท่ามกลางคำปรามาสว่าจะไปโกงที่ประเทศชาติ เข้าไปเพื่อหาเงิน หาทอง หาทรัพย์สิน หาประโยชน์ เพื่ออะไรก็แล้วแต่ ผมขอยืนยันว่าผมมีสำนึก และยืนยันว่าจะไม่มีวันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เด็ดขาด ผมไม่บ้าจี้อย่างที่เขากล่าวหา ผมมีสติ ผมรักประชาธิปัตย์ ไม่มีวันทำให้ประชาธิปัตย์เสื่อมเสีย ถ้ามีข่าวเรื่องพวกนี้ผมก็อยู่ไม่ได้ จะกลายเป็นคนเนรคุณทันที โดย 24 ปีกับการที่ประชาธิปัตย์ให้ผมมีที่ยืนตรงนี้ เรียกว่าใช้หนี้บุญคุณไม่หมด และไม่มีวันใช้หมด”

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการขับเคลื่อนพรรค ตนเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ยึดมั่นหลักการและอุดมการณ์พรรคโดยเฉพาะความซื่อสัตย์ สุจริต จึงอยากให้ประชาชนมาร่วมสร้างด้วยกัน โดยเฉพาะเขต 8 นครศรีธรรมราช มาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยสุจริต ให้นครศรีธรรมราชเป็นจุดเริ่มต้นประชาธิปไตยสุจริตของไทย ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน และขอขอบคุณอดีตหัวหน้าพรรคทุกคนที่ไปช่วย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และเห็นกับตาว่าเราทำประชาธิปไตยสุจริตจริงๆ ไม่ได้พูดอย่างเดียว

พร้อมย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์เน้นการให้ความสำคัญคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เข้ามาร่วมกันทำงาน ได้เติบโตในเส้นทางการเมือง จึงขอเชิญชวนประชาชนที่อยากเข้าร่วมทำกิจกรรมกับพรรคว่า เรามีพื้นที่ให้ทุกคน คนเก่าๆ ก็มีคุณค่า แต่อยากพูดถึงคนรุ่นใหม่ เพราะเชื่อว่าเราจะมีคนรุ่นใหม่มาร่วมทำงานมากขึ้นจากนี้ และในการเลือกตั้งปี 2570 เราพร้อม และจะมีผู้สมัครทุกจังหวัด โดยจะทำงานไปตามยุทธศาสตร์ที่พรรคกำหนดไว้ คือ ชนะการเลือกตั้ง ขอให้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่คนโจมตีพรรค โจมตีตน เพราะเราอยู่ในความสนใจของเขาแล้ว แต่เมื่อโดนโจมตีแล้วเราก็ต้องทำตัวเองให้ดี วันนี้เมื่อมีโอกาสมาเป็นหัวหน้าก็จะนำพาพรรคเดินไปข้างหน้าให้มั่นคง ขอให้สมาชิกมั่นใจ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายเฉลิมชัย และนายเดชอิศม์ ร่วมทำหน้าที่ประธานการประชุม เป็นวาระรับรองรายงานการดำเนินงานของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา และรับรองงบการเงินประจำปี 2567 ตามมาตรา 43 และมาตรา 61 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ตามด้วยการเลือกตั้ง โฆษกพรรค โดยนายเฉลิมชัย เป็นผู้เสนอชื่อ น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร ให้ทำหน้าที่โฆษกพรรค และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ในนามพรรค ที่ได้รับการเลือกตั้งประกอบด้วย 1. นายนริศ ขำนุรักษ์ 2. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช 3. นายธารา ปิตุเตชะ 4. นายชวลิต รัตนสุทธิกุล 5. พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ 6. นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด 7. นายประจวบ สิงคราช 8. นายจิตติ เชิดชู 9. นายวรเดช สุขขวัญ 10. นางขนิษฐา นิภาเกษม และ 11. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล

ต่อมา 12.30 น. นายเฉลิมชัย กล่าวปิดการประชุมว่า ขอบคุณสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศที่มาร่วมประชุมใหญ่ของพรรค ตนและ กก.บห.พรรค รวมถึง สส.ทุกคน จะทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อที่จะให้ประชาธิปัตย์กลับมาอีกครั้งหนึ่งให้ได้ มีเวลาที่ต้องพิสูจน์กัน เราจะไม่ท้อเพื่อเดินถึงเป้าหมายสำคัญที่สุด คือประชาธิปัตย์ต้องกลับมา.