“พิชัย นริพทะพันธุ์” รมว.พาณิชย์ เปิดวงหารือ สส.พรรคเพื่อไทย รับฟังข้อเสนอและความเป็นห่วงจากเสียงสะท้อนชาวบ้าน แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

วันที่ 26 เมษายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายพงศกร อรรณนพพร นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุมหารือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สส.พิษณุโลก, นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส.นครพนม, นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์, นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สส.สุโขทัย, นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา, นายชูชัย มุ่งเจริญพร สส.สุรินทร์, นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต สส.อุบลราชธานี ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ ในวงหารือมีการรับฟังข้อเสนอและความเป็นห่วงจาก สส. ที่ได้สะท้อนเสียงจากชาวบ้านอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรในหลายพื้นที่ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่เกษตรกรในหลายจังหวัดเผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ปรับลดลง รวมทั้งข้าวจากกรณีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นขณะที่ส่งออกได้น้อยลงเนื่องจากอินเดียกลับมาส่งออกอีกครั้ง ในราคาต่ำมากที่ 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน และมันสำปะหลัง จากกรณีตลาดจีนมีความต้องการใช้มันสำปะหลังในฐานะวัตถุดิบการผลิตลดลง เพราะจีนปลูกข้าวโพดได้มาก และแอลกอฮอล์จากข้าวโพดมีราคาถูกกว่าแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลัง รวมทั้งการระบาดของโรคใบด่างทำให้คุณภาพผลผลิตลดลง

...

จากนั้นได้ร่วมกันวางแนวทางเร่งด่วนเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และหาตลาดที่เอื้อต่อการขายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าหลักอย่างข้าว ซึ่งต้องมีปรับทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาทิ การส่งเสริมพันธุ์ข้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาด การสนับสนุนแนวทางการลดต้นทุนการผลิต และมาตรการเสริมต่างๆ เพื่อช่วยลดปัญหาการเผาไร่นา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้หยิบยกประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอและหารือในคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อพิจารณามาตรการต่างๆ โดยเร่งด่วนต่อไป

สำหรับมันสำปะหลังมีแผนที่จะบูรณาการร่วมภาครัฐ และเอกชนในการขยายพันธุ์มันสำปะหลังที่สามารถต้านทานโรคใบด่างให้เพียงพอเพื่อลดการระบาดและเพิ่มปริมาณผลผลิต รวมทั้งขยายตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติมนอกเหนือจากตลาดจีน.