รัฐบาลเร่งปราบบุหรี่ไฟฟ้าต่อเนื่อง ทำสถิติลดลงกว่าร้อยละ 80 หลังพบที่ผ่านมาเด็กไทยอายุ 15-29 ปี สูบเยอะ เตือนนำเข้า-ขาย-เสพ-ครอบครอง ล้วนผิดกฎหมาย หากพบดำเนินคดีทุกราย

วันที่ 24 เมษายน 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สถิติยอดทั้งจำหน่ายและผู้เสพลดลงกว่าร้อยละ 80 และที่ผ่านมาการแพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก

จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และภาคีเครือข่ายโดยการตรวจร่างกายซึ่งมีการสำรวจเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า พบว่า ในช่วงระยะเวลา พ.ศ. 2567-2568 มีตัวเลขของนักสูบที่มีอายุน้อยลง ซึ่งพบเด็กและเยาวชนอายุ 15-29 ปี มีแนวโน้มการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จาก 5.8% ในปี 2562 เป็น 12.2% สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นอย่างชัดเจนในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย

นายอนุกูล กล่าวต่อไปว่า เพื่อปกป้องสุขภาพของเด็กและเยาวชน อีกทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายและภัยคุกคามต่อสุขภาพจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องให้กับประชาชน ขอให้ตระหนักว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งภาระค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลระยะยาวในโรงพยาบาล โดยข้อมูลจากการศึกษาการประเมินต้นทุนค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าในช่วงปี 2567 ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบภาระค่าใช้จ่ายการรักษาระยะยาวจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ 1. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 2. โรคหลอดเลือดสมอง 3. โรคหัวใจขาดเลือด 4. โรคหอบหืด รวมมูลค่ากว่า 306,636,973 บาท

...

“รัฐบาลขอย้ำว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งการมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นการเสพ การนำเข้า หรือมีไว้เพื่อขาย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย”

บุหรี่ไฟฟ้า ผิดกฎหมายอะไรบ้าง

1. ผู้นำเข้า มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และประกาศกระทรวงพาณิชย์ โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 5 เท่าของมูลค่าสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ผู้ขาย-ผู้ให้บริการ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. ผู้ครอบครอง มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของมูลค่าสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ผู้ที่เสพบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีความผิดในข้อหาช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังไม่ได้ผ่านพิธีศุลกากรอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 246 วรรคหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นการลักลอบผลิต ขายบุหรี่/น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่ สายด่วน สคบ. 1166 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด