“ชูศักดิ์” กางคณิตศาสตร์การเมืองสูตรเขี่ยภูมิใจไทยออก เชื่อ ไม่มีรัฐบาลไหนเสี่ยงไปตายดาบหน้า ชี้ ยังพอไปกันได้ มองโหวตคว่ำ พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นเรื่องใหญ่ ไม่น่าเกิดขึ้น มอง สถานการณ์คลี่คลายลงหลังนายกฯ ยันยังไม่ปรับ ครม.

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 23 เมษายน 2568 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า ถ้านายกรัฐมนตรีพูดไปอย่างนั้นก็เป็นไปตามนั้น ทั้งนี้ พูดกันตรงไปตรงมาเป็นห่วงเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่เมื่อผู้นำพูดในทำนองนี้ตนเข้าใจว่าจะทำให้เหตุการณ์คลี่คลายลง และหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายต่างยืนยันว่ายินดีสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ที่ผ่านมาแค่ผิดคิว ซึ่งก็ว่ากันไป ขณะนี้สถานการณ์มีความเข้าใจกันดีขึ้น เมื่อนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำและมีอำนาจปรับ ครม. พูดอย่างนี้ในพรรคไหนก็ไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยอยากให้เปลี่ยนกระทรวงเกี่ยวกับการค้าขาย แต่เมื่อเป็นอย่างนี้จะทำให้คนในพรรคเพื่อไทยผิดหวังหรือไม่ นายชูศักดิ์ ตอบว่า เป็นเรื่องภายในที่ต้องคุยกัน ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องเสียงสะท้อนของสมาชิกในพรรคที่มองว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ก็ต้องใช้มาตรการในการแก้ปัญหา ไม่ควรปล่อยให้เป็นอย่างนี้ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีพูดอย่างนี้แล้วผู้มีหน้าที่ก็ต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ จะทำอย่างไรให้ราคาสินค้าดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อ หากไม่มีการปรับ ครม. จะฉุดคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายชูศักดิ์ เผยว่า ยังวิเคราะห์ไม่ได้หรอกว่าจะฉุดหรือไม่ฉุด แต่ท้ายที่สุดอยู่ที่ว่าเราจะต้องทำงานมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นรูปธรรม แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไป เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

...

ขณะที่คำถามว่าได้มีการวิเคราะห์กันภายในหรือไม่ หากมีการปรับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกจะทำให้รัฐบาลเกิดเสียงปริ่มน้ำ และทำให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นขี่คอพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ กล่าวว่า พูดกันตรงไปตรงมา มันมีคณิตศาสตร์การเมือง เราเห็นตัวเลขกันอยู่ว่าถ้าเอาพรรคนั้นออกจะเหลือตัวเลขเท่าไหร่ มันเป็นคณิตศาสตร์ทางการเมืองที่เกี่ยวโยงกับสถานการณ์ทางการเมือง ความมั่นคงทางการเมือง คนที่เขาทำงานการเมืองต้องเอาเรื่องนี้มาดู มาวิเคราะห์ว่าควรจะเป็นอย่างไร แต่สำคัญที่สุดคือไม่มีรัฐบาลไหนที่เสี่ยงจนถึงขั้นไปตายเอาดาบหน้า ทางการเมืองถือว่าเสี่ยงเกินไป ฉะนั้นถ้าทำอะไรให้เรียบร้อยพอจะไปกันได้ก็ต้องว่ากันไป

เมื่อถามย้ำว่าต้องทนกันไปอย่างนี้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ หัวเราะก่อนกล่าวว่า อันนี้เราพูดไม่ได้หรอก แต่พูดได้ว่าขณะนี้เป็นอย่างนี้ แต่ในทางการเมืองก็ต้องดูกันต่อไป ในคำถามเรื่องจำนวน 320 เสียงของรัฐบาล เป็นจำนวนที่สามารถลดแรงต่อรองของพรรคร่วมได้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ พยักหน้า ก่อนย้อนสื่อว่า “คุณชี้นำเอง”

นอกจากนี้ นายชูศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2568 ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) อีก 2 ฉบับ คือ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะสถานการณ์การเมืองคลี่คลายแล้ว

ในคำถาม คิดว่าจะมีการโหวตล้ม พ.ร.บ.งบประมาณ หรือไม่ นายชูศักดิ์ ระบุ คิดว่าจะไม่มีการโหวตล้ม พ.ร.บ.งบประมาณ เมื่อถามย้ำว่ามีเรื่องความขัดแย้งมาต่อรอง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การโหวตล้มงบประมาณเป็นเรื่องใหญ่มาก ตนว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้น มันเดินไปได้ บริหารบ้านเมืองกันไปทำนโยบายให้สำเร็จ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างนี้

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเบาใจไปเยอะใช่หรือไม่ ที่จะไม่มีการปรับ ครม. นายชูศักดิ์ หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบ โดยเมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีระบุ ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง นายชูศักดิ์ ตอบว่า การเมืองก็แบบนี้ต้องดูกันไปว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร การเมืองต้องดูเป็นช็อต เป็นช็อตไป อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่ามีโอกาสปรับ ครม. หลังผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ระบุว่า อันนี้ต้องดูสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่ายังไม่ปรับ ยังไม่คิดอะไร ก็เป็นไปตามนั้น อนิจจังไปก่อน.